ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ควรเร่งแก้ไขเรื่องโครงสร้างการเมืองให้มีความชัดเจนก่อน เช่น เร่งแก้รัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมามีความขัดแย้งในสังคมค่อนข้างมาก ส่วนปัญหาปากท้อง เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ดำเนินการควบคู่อยู่แล้ว เช่น นโยบายแจกเงินดิจิทัล รวมทั้งการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนั้น หากการเมืองดีและมีความชัดเจน เชื่อว่าทุกอย่างก็จะดีขึ้น

ส่วนประเด็นสิ่งแวดล้อมที่มูลนิธิสืบฯ มีความกังวลอยู่มี 7 ประเด็นหลักคือ 1.มี 8 โครงการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มป่ามรดกโลก ทั้งกลุ่มป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งโครงการเหล่านี้ควรได้รับการอ้างอิงข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการมรดกโลก จึงควรยกเลิกการสร้างเขื่อนในพื้นที่เหล่านี้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรน้ำ ควรเข้าไปพัฒนาแหล่งน้ำรอบๆ พื้นที่ป่า หรือพื้นที่ที่ควรกักเก็บน้ำ ถูกพัฒนาเพื่อเป็นประโยชน์ของชาวบ้าน

2.การแก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่อนุรักษ์ที่ยังไม่จบ เนื่องจากกฎหมายลำดับรองที่เป็นรายละเอียดยังไม่ถูกผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม และประชาชนบางส่วนเริ่มขยับขยายพื้นที่ตามแนวเดิม หากไม่เร่งดำเนินการจะมีผล กระทบ สูญเสียพื้นที่ป่ามากขึ้น

3.นโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังไม่ชัดเจน ขณะนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูแล้งหากไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ประชาชนจะได้รับผลกระทบอีก 4.กลไกความโปร่งใสของกระทรวง ทส. โดยเร่งจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ มาใช้อย่างจริงจังและนำมาใช้ในทุกกรม

5.การเพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการให้ผู้พิทักษ์ป่า ที่ปฏิบัติงานอย่างเสียสละ และมีความเสี่ยงสูงในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ป่า จึงควรผลักดันงบประมาณของค่าตอบแทนในระยะยาว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้พิทักษ์ป่า 6.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายการเปลี่ยนแปลงที่ดิน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด ซึ่งที่ดินเหล่านี้เดิมเคยเป็นพื้นที่ป่ามาก่อน จึงเกรงว่าจะมีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันไม่รู้จบ

7.อยากให้มีกฎหมายตรวจสอบโครงการของรัฐ รวมทั้งเอกชน ที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ โดยให้ตรวจสอบภายหลังโครงการเหล่านี้เสร็จสิ้นว่าเป็นไปตามรายงานที่จัดทำหรือไม่ ที่ผ่านมามีบางโครงการระบุจะฟื้นฟูพื้นที่ป่า แต่สุดท้ายก็ไม่ดำเนินการใดๆ จึงอยากฝากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน