ม.หอการค้าไทยกังวล สงครามอิสราเอล-ฮามาสดันราคาน้ำมันโลกเพิ่ม 4% มีน้ำมันสำรองใช้ 2 เดือน-ททท.ยันไม่พบนักท่องเที่ยวอิสราเอลตกค้างในประเทศไทย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสส่งผลกระทบทางอ้อมให้ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นไปประมาณ 4% และอาจปรับขึ้นได้อีกหากมีเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนมากขึ้น จึงอาจมีผลต่อราคาน้ำมันในประเทศไทยบ้าง ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นมา แต่ไม่ควร ปรับขึ้นทะลุ 1-2 บาทต่อลิตร ควรเป็นระยะสั้นเท่านั้น ทำให้ผลกระทบในทางอ้อมก็คงไม่ได้มากนักเช่นกัน
ส่วนผลกระทบในด้านการค้าและบริการ จากสถิติของกระทรวงพาณิชย์การค้าของไทยและอิสราเอลคิดเป็น 0.2% อยู่อันดับที่ 40 ของคู่ค้าไทย ไม่ได้เป็นตลาดใหญ่ในการส่งออกของไทย มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เทียบกับการนำเข้าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 หมื่นล้านบาท เทียบเท่า 1 เดือนในการส่งออกของไทยที่มีมูลค่าประมาณ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น ต้องถือว่าเป็นตลาดที่มีความสำคัญ หากการค้าขายระหว่างกันเส้นทางขนส่งไม่กระเทือน และอิสราเอลอาจมีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้น
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อิสราเอล-ฮามาส กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมด้านปริมาณสำรองพลังงาน โดยปัจจุบันไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบ 3,910 ล้านลิตร ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,637 ล้านลิตร น้ำมันสำเร็จรูป 2,180 ล้านลิตร ทำให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองใช้ได้กว่า 2 เดือน แบ่งเป็นน้ำมันดิบ 33 วัน น้ำมันสำเร็จรูป 20 วัน ส่วน ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) สำหรับครัวเรือนใช้ได้ 21 วัน
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ไฟลต์บินระหว่างไทยไปอิสราเอล ยังทำการบินระหว่างกันได้ปกติ สายการบินเอลอัลบินระหว่างเทลอาวีฟ-กรุงเทพฯมี 8-9 เที่ยวต่อสัปดาห์ ทำให้ผู้ที่ต้องการเดินทางยังเดินทางได้ จึงไม่มีนักท่องเที่ยวของอิสราเอลตกค้างในไทย เว้นแต่ผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวตามแผนที่วางไว้ นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่ยังอยู่ระหว่างท่องเที่ยวในไทยประมาณ 10,000 คน จะอยู่นาน 18-19 วันต่อครั้ง กลุ่มนี้ไม่รีบเดินทางกลับ