Netflix ภูมิใจนำเสนอ “มนต์รักนักพากย์” (Once Upon A Star) ภาพยนตร์ เรื่องล่าสุดของผู้กำกับมือรางวัล ‘อุ๋ย’ นนทรีย์ นิมิบุตร ที่ครั้งนี้นอกจากจะกำกับฯ แล้ว ยังนั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างอีกด้วย ตั้งใจรังสรรค์ภาพยนตร์ชิ้นนี้เพื่อบันทึกและเชิดชูวงการภาพยนตร์ไทยในยุคที่ได้ชื่อว่ารุ่งเรืองที่สุด ผ่านเรื่องราวการตามหาความฝันของกลุ่มนักพากย์บนรถเร่ขายยาหน่วยที่ 18 ของบริษัทขายยาโอสถเทพยดาที่เรียกลูกค้าด้วยการฉายและพากย์หนังกลางแปลง

โดยทั้ง 4 ชีวิตในทีมได้แก่ ‘มานิตย์’ หัวหน้าทีมและนักพากย์มือหนึ่งของหน่วยเร่ขายยาหน่วยที่ 18 รับบทโดยพระเอก ‘เวียร์’ ศุกลวัฒน์ คณารศ, ‘เรืองแข’ สาวช่างฝันผู้มีพรสวรรค์ในการพากย์เสียง ถ่ายทอดบทโดย ‘หนูนา’ หนึ่งธิดา โสภณ, ‘ไอ้เก่า’ หนุ่มขี้เล่นตัวแทนวัยรุ่นยุค 60 หนึ่งในลูกน้องของทีมรถเร่ขายยา ผู้มีฝันอยากอยู่หน้าจอสักวัน แสดงโดย ‘เก้า’ จิรายุ ละอองมณี และ ‘ลุงหมาน’ คนขับรถหนังเร่ใจดี เป็นเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่ที่คอยดูแลทุกคนในทีม รับบทโดย สามารถ พยัคฆ์อรุณ ต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่วงการภาพยนตร์มาถึงการเปลี่ยนผ่าน เพื่อมุ่งไปให้ถึงฝั่งฝัน

ทั้งนี้ ‘อุ๋ย นนทรีย์’ เผยความในใจที่มีต่อวงการภาพยนตร์ที่เขารัก ผ่านจดหมายรักถึงหนังไทย ใจความตอนหนึ่งว่า เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่วงการหนังไทยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างยาวนาน จากหนังเงียบ ฟิล์มขาวดำ สู่หนังพากย์ 16 มิลลิเมตรใน โรงภาพยนตร์ กลายมาเป็นหนังล้อมผ้า หนังเร่ขายยา จนมาถึงหนังในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในปัจจุบัน ผมเชื่อว่ามนต์เสน่ห์ของหนังไทยไม่เคยจางหายไปจากความรู้สึกของคนไทย และยังเชื่ออีกว่าคงมีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ยังอยู่ในความทรงจำของหลายคนมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยความรักและผูกพันกับหนังไทยที่มีผลต่อทั้งความคิด การดำเนินชีวิต และยังถือเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผม ผมจึงมีความตั้งใจที่จะทำผลงานภาพยนตร์ขึ้นมาสักเรื่องหนึ่งเพื่อแทนคำขอบคุณให้แก่วงการภาพยนตร์ไทย

อุ๋ยยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการพูดคุยกับนักพากย์ตัวจริงเสียงจริงในยุคนั้น ยิ่งได้ฟังเรื่องราวจากประสบการณ์ที่สนุกสนานและเข้มข้น ยิ่งอยากถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้กลับมาโลดแล่นบนจออีกครั้ง เพื่อเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ให้วงการภาพยนตร์ไทยครับ”


เรื่องราวใน “มนต์รักนักพากย์” เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2513 เป็นบรรยากาศยุค 60 เป็นยุคที่ มิตร ชัยบัญชา กำลังโด่งดังสุดขีด ภาพยนตร์หลายเรื่องของเขายังคงเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เงิน เงิน เงิน, อินทรีแดง, และมนต์รักลูกทุ่ง ส่วนเรื่องราวใน มนต์รักนักพากย์ เป็นความตั้งใจของผู้กำกับที่จะรำลึกและถ่ายทอดความเป็นซูเปอร์สตาร์ของ มิตร ชัยบัญชา ในฐานะ “พระเอกตลอดกาล” ผู้เป็นเสมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในยุคนั้น หลายๆ ครั้งที่การตัดสินใจของคณะรถเร่ขายยาทั้ง 4 คนนี้ เกิดจากการหันไปถามรูปภาพมิตร ชัยบัญชา ซึ่งการเสียชีวิตของเขาได้ส่งผลกระทบ อันน่าโศกเศร้าต่อวงการภาพยนตร์ไทยใน ขณะนั้น รวมถึงรถเร่ขายยาและสมาชิกทุกคนบนรถคันนี้ด้วย

‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อคุณมิตร ชัยบัญชา ว่า “ถึงเราไม่ได้อยู่ในยุคนั้นแต่เราได้ยินคนพูดถึงคุณมิตรมาตลอด รู้สึกทึ่งและประทับใจกับการใช้ชีวิตและผลงานของเขามาก พอได้มาเล่นเรื่อง มนต์รักนักพากย์ เขาเป็นเหมือนคนที่เราได้เห็นทุกวันเพราะต้องพากย์เสียงเขาทุกวัน เลยเกิดความรักในตัวเขา รู้สึกผูกพันโดยไม่รู้ตัว ยิ่งในเรื่อง มีฉากที่เราได้เจอคุณมิตรด้วย ซึ่งเป็นความ ภาคภูมิใจที่สุดของตัวละครนี้เลยครับ”

นอกจากนี้ 4 นักแสดงนำยังเผยความรู้สึกที่มีต่อภาพยนตร์ “มนต์รักนักพากย์” เริ่มจากเวียร์เล่าว่า “ผมไม่เคยเห็นบทแบบนี้ มันน่าเล่นมาก รู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งเลย ยิ่งพอได้เห็นพี่อุ๋ยเล่าเรื่องราวที่เขาจะทำแล้วเห็นตาเขาเป็นประกายมาก เรารู้สึกว่าเรากำลังจะได้ทำงานที่อยากทำงานจริงๆ ผมเลยกระโดดเข้าไปทันที รู้สึกแฮบปี้มาก”

ขณะที่ ‘หนูนา หนึ่งธิดา’ กล่าวว่า “ตอนที่อ่านบท ‘เรืองแข’ ครั้งแรก ชอบมากค่ะ มันอิ่ม มันเข้าถึงความรู้สึกมาก อ่านรอบแรกร้องไห้เลย”
ด้าน ‘สามารถ พยัคฆ์อรุณ’ แง้มว่า “ประทับใจตรงที่ทำให้เรานึกถึงสมัยก่อน ฉากพากย์หนังมันทำให้เรานึกถึงบรรยากาศสมัยตอนเราเด็กๆ”

‘เก้า จิรายุ’ เผยว่า “การพากย์ในเรื่องนี้มันคือการสื่อถึงยุคสมัยยุคหนึ่งที่การฉายหนังเป็นเรื่องที่วิเศษมาก เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ทำหนังดีๆ แบบนี้ แล้วได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีในอาชีพของผมตลอดมาช่วงนึงเลยครับ”
“ขอเชิญทุกท่านขึ้นรถเร่เดินทางกลับ ไปยังยุคทองของภาพยนตร์ไทยพร้อมกัน 11 ตุลาคมนี้ กับ มนต์รักนักพากย์ ทาง Netflix เท่านั้นครับ” อุ๋ย นนทรีย์ กล่าว ตบท้าย