ภูเก็ต – นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผวจ.ภูเก็ต เผยว่า ในช่วงงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต อาศัยอำนาจความตาม ม.47 แห่งพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ออกประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่อง มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในการจุดและปล่อยพลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกับพลุ ขึ้นไปสู่อากาศ และประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่อง มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยบั้งไฟ ตะไล หรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้
1. ให้นายทะเบียนท้องที่พิจารณาอนุญาตการจุดและปล่อยพลุดอกไม้เพลิง หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ตามหลักเกณฑ์การอนุญาตที่กำหนด หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.ให้นายทะเบียนท้องที่ประชาสัมพันธ์ห้ามมิให้มีการจุดและปล่อยพลุ ดอกไม้เพลิง หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ชนิดร้ายแรงประเภทประทัดที่เรียกว่า บ๊ะจ่าง กุหลาบ จรวด ไข่ไก่ ประทัดชนิดพุ่งออกไปข้างหน้า เว้นแต่การใช้ประทัดแพเพียงอย่างเดียว
3. ให้นายทะเบียนท้องที่ และเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ตรวจสอบ กวดขัน ร้านค้าที่จำหน่ายดอกไม้เพลิงให้เป็นไปตามกฎหมาย และห้ามจำหน่ายดอกไม้เพลิงนอกเหนือจากสถานที่ค้าที่ได้รับอนุญาต
4. ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจออกคำสั่งระงับและป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ ในการเล่นดอกไม้เพลิงซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
5. ให้คณะกรรมการศาลเจ้าในพื้นที่ทุกแห่ง ตลอดจน ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกส่วน ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ ผู้ปกครองควบคุมดูแลบุตรหลานให้ระมัดระวังการใช้ประทัดและดอกไม้เพลิง ไม่ให้ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนทั่วไป
6. ให้นายอำเภอกวดขันควบคุมไม่ให้มีการเรี่ยไรในถนนหลวงหรือในที่สาธารณะจนก่อความเดือดร้อน รำคาญแก่ประชาชนทั่วไปโดยเคร่งครัด
7. นายทะเบียนท้องที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจภูธรจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบ ร้านค้า การจุด ปล่อยพลุ ดอกไม้เพลิง หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศ และรายงานผลกรณีที่มีเหตุการณ์สำคัญหรือมีการจับกุมเกี่ยวกับการค้าการจุดและปล่อยพลุ ดอกไม้เพลิง ให้ทราบโดยด่วน