ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเป็นต้นมา พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีเรื่องฉาวเป็นระลอก
เริ่มจาก น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ถูกจับเมาแล้วขับ จนต้องประกาศลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อ
จากนั้นมีปัญหาการคุกคามและความรุนแรงทางเพศอีกหลายเคส ที่คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มีมติลงโทษไปแล้ว คือ กรณีนายสิริน สงวนสิน สส.กทม. ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายแฟนสาว กก.บห.ได้ตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรค ไม่ให้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคทันที และกำหนดคาดโทษไว้ว่า หากกระทำผิดวินัยร้ายแรงอีกครั้งในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นสส. ทางพรรคจะยกระดับโทษเป็นการขับออกจากสมาชิกภาพ
ถัดมา นายเกรียงไกร จันกกผึ้ง อดีต ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ มีการล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหาย ถูกลงโทษด้วยการขับออกจากสมาชิกภาพ
ส่วนอีก 2 รายยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนโดยคณะกรรมการวินัยพรรค

รายแรก นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีน บุรี เขต 2 ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศทีมงานสาว ที่เป็นอาสาสมัครของพรรคก้าวไกล แม้นายวุฒิพงศ์จะโพสต์เฟซบุ๊กเป็นคลิปชี้แจงเป็นฉากๆ และอ้างว่าเป็นการดิสเครดิต แต่คณะกรรมการวินัยพรรคยอมรับว่าข้อกล่าวหามีมูล ซึ่งได้รับการร้องเรียนตั้งแต่เดือน ก.ค.2566 ทางพรรคเริ่มสอบข้อเท็จจริงเดือนส.ค. และจะสรุปผลสอบภายในเดือนต.ค.นี้
อีกรายเป็นสส.เช่นกัน มีพฤติกรรมเข้าข่ายการล่วงละเมิดทางเพศ แต่ทางพรรคยังไม่เปิดชื่อ ขณะนี้คณะกรรมการวินัยของพรรคเร่งติดต่อผู้เสียหายในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ
ขณะที่ ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ ที่เกาะติดประเด็นร้อน สส.พรรคก้าวไกล ยังเปิดประเด็นใหม่ว่ามี ‘สส.เล่นยา’ โดยระบุว่ามีชื่อแล้ว รอเอกสารจากทางเมืองนอกอยู่
เรื่องฉาวเหล่านี้ทำให้มีการตั้งคำถามว่าทำไมก้าวไกลถึงมีปัญหาลักษณะนี้อีกแล้ว และเกิดเสียงวิจารณ์เซ็งแซ่ ว่าพรรค ก้าวไกลตอบสนองค่อนข้างเร็วในการตรวจสอบพรรคอื่น แต่เมื่อเป็นเรื่องภายในพรรคตัวเองกลับล่าช้า กว่าจะสรุปผลสอบแต่ละเรื่องใช้เวลานานเกินไป
นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ที่ทำงานด้านสิทธิความเท่าเทียมมานาน กล่าวว่า การเมืองใหม่ไม่ควรจะเน้นเฉพาะแนวคิดแบบประชาธิปไตยในเชิงการเมือง แต่ต้องควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมของคนอื่น ไม่ควรยอมรับหรือสนับสนุนสังคมแนวคิด “ชายเป็นใหญ่” สามารถรังแกเพศหญิงหรือเพศตรงข้ามได้ตามอำเภอใจ
ภัยคุกคามหรือการละเมิดทางเพศ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการกระทำ การสัมผัสแบบถูกเนื้อต้องตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคุกคามในรูปแบบอื่นๆ เช่น โดยสายตา คำพูดหรือโดยวิธีการอื่นๆ อย่างการใช้สื่อออนไลน์
กรณี สส.แช็ตฉาวที่เกิดขึ้นกับคนของพรรคก้าวไกล ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่อภาพพจน์และความน่าเชื่อถือของพรรคอย่างเลี่ยงไม่ได้ นอกจากจุดยืนของพรรคสำหรับการทำการเมืองแบบใหม่แล้ว ผู้ที่เลือกเทคะแนนให้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ต้องการเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงพัฒนาในเชิงบวก ไม่ใช่เดินซ้ำรอยการเมืองเก่า
หากสุดท้าย พรรคที่เป็นความหวังใหม่ๆ กลับไม่ต่างจากพรรคการเมืองเดิมๆ ตราบนั้นการเมืองจะจมปลักอยู่กับที่เดิม ความศรัทธาในกลุ่มที่อยากให้การเมืองไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพจะเลือนหายไป
“เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลต้องกล้าแสดงจุดยืน และความเด็ดขาด ชัดเจน ภายในเวลาที่เหมาะสม หาไม่แล้วจะถูกมองว่า ยื้อเวลา ปกป้องกันเอง เพราะช่วงที่ผ่านมามีกรณีการล่วงละเมิดเยาวชน การคุกคามทางเพศ รวมถึงการทำร้ายแฟน ปรากฏให้เห็นเนืองๆ” นายจะเด็จ ระบุ
ด้าน นายกิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่า ฟังแถลงข่าวของ สส.ที่โดนร้องเรียนว่ามีแช็ตหลุดข้อความคุกคามทางเพศ แล้วค่อนข้างสลดใจคือแทนที่คนทำผิดจะออกมาพูดว่า “สำนึกผิดอย่างไร” ที่ไปคุกคามทางเพศฝ่ายตรงข้ามขนาดนั้น แต่ปรากฏว่าไม่มีการขอโทษ สำนึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
หนักกว่านั้นคือเบี่ยงประเด็นไปโทษฝ่ายหญิงมีวาระแอบแฝงอีกต่างหาก
“รอดูกันครับว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร”
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ก็ไม่พลาดยื่นคำร้องพร้อมเอกสารพยานหลักฐานให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นกรณีสส.ปราจีนบุรี มีพฤติการณ์แช็ตไลน์กับหญิงสาวในลักษณะลามกอนาจาร และอาจมีการข่มขู่คุกคามด้วยนั้น เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
เนื่องจากหญิงสาวได้อ้างว่ามีหนังสือร้องเรียนไปยังพรรคก้าวไกลเพื่อให้ดำเนินการสอบสวน เอาผิด และหรือลงโทษ สส.ราย ดังกล่าวตามข้อบังคับพรรคก้าวไกลมานานแล้ว ทางพรรคก้าวไกลยังไม่มีการสรุปหรือดำเนินการลงโทษ สส.รายดังกล่าว
แต่กลับมีข้ออ้างสารพัด ซึ่งผิดวิสัย ของพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่หาเสียงมาโดยตลอดว่าจะทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา
ขณะที่พรรคก้าวไกลออกมาให้เหตุผลถึงการตรวจสอบที่ล่าช้า
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในเมื่อข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละรายไม่เหมือนกัน ทั้ง 2 ฝ่ายต่างอ้างพยานหลักฐาน คณะกรรมการวินัยมีมติว่าต้องสอบข้อเท็จจริงเพิ่มในบางประเด็น
เราจะว่ากันด้วยความจริงและพยานหลักฐาน เราต้องขอเวลา ไม่ใช่ขอเพื่อจะให้ดึงเวลา แต่เพื่อให้ดูพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน และครบถ้วนก่อนจะมีการตัดสินอะไรออกไป
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ก้าวไกล บอกว่า น้อมรับคำวิจารณ์ และเห็นด้วยกับหลักการว่าเวลาเราเรียกร้องมาตรฐานที่ดีขึ้นจากสังคม ต้องเรียกร้องมาตรฐานนั้นกับตนเองด้วย ต้องบอกว่าแต่ละกรณีมีระยะเวลาในการดำเนินการแตกต่างกัน รวมถึงการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป
ยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาที่จะทำให้เรื่องนี้ได้ข้อยุติล่าช้า เราจึงทำเต็มที่ให้ได้ข้อยุติเร็วที่สุด
เรื่องนี้จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ของพรรคก้าวไกล ที่ต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันและรับมือไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก