ครบรอบการทำงาน 1 เดือน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง โพสต์ลงโซเชี่ยลโชว์ผลงานของ ‘รัฐบาลประชาชน’ อวด 3 ผลงานใหญ่

แก้วิกฤตด้านพลังงานทันที ลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมัน

ช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อปากท้องที่ดีกว่า ทั้งการพักหนี้ เพิ่มรายได้ และรับมือเอลนีโญ

เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น

เป็น 30 วันแรกที่นายเศรษฐายืนยันว่าตัวเองและทีมงาน เร่งดำเนินการทุกๆ นโยบายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้อง ชาวไทย และผลักดันให้ประเทศไทยทัดเทียมนานาประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. จนถึง 13 ต.ค.2566

หากย้อนไปตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการ นัดแรก 13 ก.ย.ของรัฐบาลนี้ มีมติทันที

ลดค่าไฟฟ้าลง 35 สตางค์ เหลือ 4.10 บาท ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จากเดิมที่จัดเก็บ ในอัตรา 4.45 บาท เริ่มรอบบิลเดือน ก.ย.2566 เป็นต้นไป

ลดราคาน้ำมันดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร เริ่มต้นวันที่ 20 ก.ย.2566

ตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ที่ 423 บาท สำหรับ ถังขนาด 15 กิโลกรัม ราคาเดิมต่อไป

พักหนี้เกษตรกรและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ทั้งต้นและดอก 3 ปี

วีซ่าฟรีนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.2566 ถึง 29 ก.พ.2567 มีเป้าหมายในปีนี้ต้องทำตัวเลข นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 28 ล้านคน และเป้าหมายใหญ่ อยู่ที่ ปี 2567 รายได้จากการท่องเที่ยวต้องทะลุ 3 ล้านล้านบาท โดยเล็งไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน

การเห็นชอบมาตรการวีซ่าฟรีในกลุ่มเป้าหมายคนจีน เป็นเพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ออกจากจีนไปยังทั่วโลก เมื่อปี 2562 อยู่ที่ 164 ล้านคน และไม่นานจะทะลุ 200 ล้านคน จึงทำให้จีนเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของประเทศไทย

การเปลี่ยนการจ่ายเงินข้าราชการจากเดือนละ 1 รอบ เป็นเดือนละ 2 รอบ คาดว่าจะบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป

ในการแถลงของ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า มาตรการนี้มีที่มาจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง รายงานปัญหาจากข้าราชการเกี่ยวกับสภาพคล่องในแต่ละเดือน ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ศึกษาและชั่งน้ำหนักมาแล้ว ข้าราชการ เรียกร้องมาว่าอย่า 30 วันออกรอบนึงเลย มันไม่ทัน เพราะสภาพคล่องมีปัญหา

ส่วนเสียงเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันเบนซิน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ประกาศ จะพยายามลดราคาเบนซินให้ได้เป็นของขวัญปีใหม่ 2567 แต่เฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และแท็กซี่

นอกจากนี้ ในครม.นัดแรก นายกฯ ได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยมอบให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รับผิดชอบ แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติโดยยึดแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสำคัญ และใช้เวทีรัฐสภาในการหารือรูปแบบแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและประชามติ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบกฎกติกาเป็นประชาธิปไตยร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาความเห็นต่างในรัฐธรรมนูญ ปี 2560

นายกฯ ยังแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์ แห่งชาติ มีนายกฯ เป็นประธาน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธาน นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นที่ปรึกษาผู้แทนภาครัฐ ผู้แทนภาคเอกชน เป็นคณะกรรมการ

มีเป้าหมายขับเคลื่อนโครงการ แผนงาน และมาตรการต่างๆ ที่มีผลกระทบสูง ผ่านคอนเทนต์ 11 อุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์เป้าหมายของประเทศไทย

เบื้องต้นจะเร่งขับเคลื่อน 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ หรือ One Family One Soft Power (OFOS) และ Thailand Creative Content Agency (THACCA) เพื่อยกระดับทักษะคนไทยจำนวน 20 ล้านคน สู่การเป็นแรงงานทักษะขั้นสูงและแรงงานสร้างสรรค์ จะสามารถสร้างรายได้อย่างน้อย 4 ล้านล้านบาทต่อปี สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านซอฟต์เพาเวอร์ของโลก

อีกเรื่องสำคัญคือ โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ให้ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป เริ่มแจก 1 ก.พ.2567 คาดใช้วงเงินรวม 5.6 แสนล้านบาท

นายกฯ ได้ให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เป็นเจ้าภาพ และกำหนดเวลานำเสนอโดยเร็วที่สุด พร้อมมอบหมายกระทรวงการคลัง หารือสำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาแนวทางรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเร่งจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับประเทศ

โครงการนี้กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อมีทั้งผู้เห็นด้วยและ ไม่เห็นด้วย

กลุ่มไม่เห็นด้วยที่สร้างแรงเสียดทานมากโขคือ นายวิรไท สันติประภพ และนางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ลงชื่อร่วมกับอดีตคณบดี และคณาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) รวม 99 คน แถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการ เพราะได้ ไม่คุ้มเสีย

ตามมาด้วยอีกหลายคนดังที่คัดค้าน เช่น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรมว.คลัง และอดีตผู้ว่าฯ ธปท. นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง เป็นต้น

แต่นายเศรษฐายืนยันไม่ล้มโครงการแน่นอน เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ พร้อมปลุกกระแสให้ประชาชนต้านกลุ่มคัดค้าน

ทราบดีว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตมีทั้งคนเห็นด้วยและ ไม่เห็นด้วย เราในฐานะรัฐบาลของประชาชน จึงรับฟังทุกความเห็น เพื่อเอามาปรับให้ดีและตรงใจทุกคน

สมมติวันที่ 1 ก.พ.2567 คนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปได้คนละ หมื่นบาท บ้านไหนมี 3 คน 5 คนเอาไปตั้งตัวได้เลย คิดดูว่า มีประโยชน์มากแค่ไหน และเงินที่ได้ต้องใช้ในเขตที่ท่านอยู่ จะช่วยพัฒนาชุมชนที่ท่านอยู่ ไม่ใช่พัฒนาเมืองใหญ่อย่างเดียว

“หากท่านเห็นตรงกันกับผม และชอบโครงการนี้อยู่ ท่านอย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วยโดยไม่มีเหตุผลมายับยั้งโครงการนี้ และขอให้ส่งเสียงบอกกับพวกเราบ้างว่า ท่านมีความสุข และดีใจ ที่รัฐบาลนี้ทำให้ เราเองก็อยากได้กำลังใจจากทุกคน เพราะพวกเราตั้งใจมาทำงานให้พี่น้องประชาชนจริงๆ” นายเศรษฐากล่าว

ต้องจับตาหลังจากนี้กระแสสังคมจะเพิ่มดีกรีความร้อนแรง แค่ไหน

ที่สำคัญดีเดย์ 1 ก.พ.2567 แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะราบรื่นหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน