มารับบท ‘ต้อ’ ในภาพยนตร์ “14 อีกครั้ง I Love You Two Thousand” สำหรับนักแสดงฝีมือดี ‘นัท’ ณัฏฐ์ กิจจริต ที่ได้ร่วมงานกับนางเอกสาว ‘ณิชา’ ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รวมถึงนักแสดงแก๊งเด็ก ‘ภูผา’ อินทนนท์ แสงศิริไพศาล, ‘เล็ก’ ธีรเวช สุภาวงษ์, ‘โยชิ’ สุริยาวิชญ์ ถนอมชัยสนิท, ‘วีเจ’ นพรุจ ตันธนวิกรัย, ‘โมเน่ต์’ ภาริตา ริเริ่มกุล และ ‘แฟร์รี่’ กิรณา พิพิธยากร

บท ‘ต้อ’ คาแร็กเตอร์เป็นคนแบบไหน?
นัท – “ต้อเป็นหนุ่มขลุงที่ไม่มูฟออน จะวนเวียนใน ตัวเลข 14 จะคอยมองสิ่งต่างๆ ตลอด จะเล่นมุขจะคอยทำให้บรรยากาศเบาขึ้น ผมก็พยายามคอยมองคนที่มีอารมณ์ทำนองนี้รอบตัว แต่หลักๆ เลยที่ตัวละครต้อเริ่มทำงานกับผมจริงๆ คือเรื่องการไม่ค่อยมูฟออน ถ้าสังเกตตั้งแต่การแต่งตัว จะใส่แต่รองเท้าเดิมๆ หรือแม้แต่ความรักของเขากับเพื่อน เขายังวนอยู่ในลูป”
เริ่มอินกับบทต้อตอนไหน?
นัท – “ตอนมาถึงที่จันทบุรี ความเจ๋งคือมาที่นี่เราได้เจอพี่ต้อตัวจริง เขาคือทุกอย่างที่น้าเป้ ผู้กำกับฯ (นฤบดี เวชกรรม) เล่าให้ฟัง มีอยู่ซีนนึงที่พี่ต้อตัวจริงมาร่วมซีน ในเรื่องผมต้องเดินมาท้ายสุด แล้วผมรู้ว่ามันไม่ได้หวังผลอะไรหรอกกับซีนนี้ ผมก็เล่นเอาสนุกเลย เขายื่นไอศกรีมให้แล้วต้องแกล้งทำตก ในบทมีแค่นั้น เขายื่นมาตามบทแล้วทำตก ผมเอาเลย เฮ้ย…รู้เปล่าว่าต้อโมโหร้ายนะ เขาสวนขึ้นมาเลยว่า เปลี่ยนจากโมโหเป็นเบอร์โทร. ได้ไหม เนี่ยคือพี่ต้อตัวจริง ทำทุกอย่างซอฟต์ลงได้ ผมเลยโอเค เรามาถูกทางละ ก็สนุกขึ้นเรื่อยๆ”

ตัวต้อกับนัท มีอะไรต้องปรับเปลี่ยนหรือเหมือนกันไหม?
นัท – “ผมรู้สึกว่าต้อเป็นอะไรเล็กๆ ที่เราเอาไว้เล่นกับเพื่อนในชีวิตจริง แต่รอบนี้เหมือนต้องถ่างออกมาเป็นหนึ่งชีวิต ผมต้องเล่นมุขตลอดเวลา มันเหนื่อย ขัดกับธรรมชาติผมนิดนึง จริงๆ เราก็มีเหลี่ยมนั้นแค่ออกมาสั้น ไม่มากเท่าที่เป็นต้อ แต่ในแง่นึงผมกำลังมองหาบทแบบนี้อยู่ จากที่ก่อนหน้านี้เล่นแต่บทเครียดๆ พอมาเรื่องนี้ได้หายใจหายคอสบายๆ”
ร่วมงานกับณิชาเป็นยังไงบ้าง?
นัท – “จำได้ว่าเจอณิชาครั้งแรกวันฟิตติ้งแล้วก็วันเวิร์กช็อป มีกิจกรรมทำร่วมกันคือให้สลับกันเล่าเรื่อง แล้วให้ทายว่าเรื่องที่เล่าจริงหรือโกหก ผมทายณิชาผิด 100% เพราะทุกเรื่องที่เขาเล่าขัดกับสิ่งที่เรามองไว้ ไม่คิดว่าเขาจะมีมุมนี้ เพราะคาแร็กเตอร์เขามีความดุ แต่ข้างในคือใช้ได้ คือแสบครับ แล้วชอบแกล้ง ทุกคนที่ถูกแกล้งจะไม่มีใครโทษเขา เขาจะไม่ใช่คนที่ น่าสงสัย จะเป็นพวกเด็กๆ เป็นผม อาจเพราะ ณิชานิ่งได้เร็ว แต่พวกผมมันพิรุธเยอะ”

คิวแรกๆ ที่แสดงด้วยกันเป็นยังไงบ้าง?
นัท – “ดีมากครับ คิวแรกมีงงบ้าง แต่ณิชาหัวดี ความที่ต้อเล่นไปเรื่อย บางทีอยู่ในบทบ้างนอกบทบ้าง ณิชาจะรับส่งได้ไว บางทีเขาจะเป็นคนดึงผมกลับเข้าเส้นเรื่อง เด็กๆ ก็ด้วย จะคอยดึงสติผม ผมว่าการที่ผมทำงานแล้วมาเจอพาร์ตเนอร์ที่พร้อมรับส่งมันสนุกมากครับ”
“ส่วนการร่วมงานกับเด็กๆ น้องเล็ก น้องโยชิ น้องวีเจ น้องโมเน่ต์ น้องแฟร์รี่ ผมเพิ่งเจอครั้งแรก ก่อนเข้าเซ็ตเขาจะจับกลุ่มทำสมาธิกัน น่าชื่นใจ แต่ละคนน่าจะโตไปเป็นคนทำงานที่ดีแบบนี้ได้ ส่วนน้องภูผา ผมเคยเจอมาแล้วครั้งนึงตั้งแต่ตัวเล็ก ความรู้สึกคล้ายผมเป็นผู้ปกครอง อยากให้น้องไปต่อเรื่อยๆ เราโชคดีที่เห็นมาแล้ว 2 โปรเจ็กต์ของน้อง พัฒนาการเขาเยอะมาก น่าจับตามอง”

เรื่องนี้พูดถึงช่วงอายุ 14 ตอนนั้นนัททำอะไรอยู่?
นัท – “ช่วงนั้นกำลังเรียนอัสสัมชัญศรีราชา แล้วกำลังโดนโยกไปซิดนีย์ ออสเตรเลีย เป็นช่วงทำให้ตัวเองตัวเล็กที่สุดเงียบที่สุด เพราะอยู่หลายสภาพแวดล้อม ย้ายจากชายล้วนไปอยู่โรงเรียนสห จากสหไปอยู่โรงเรียนฝรั่ง จากฝรั่งไปอยู่มหาวิทยาลัย เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเยอะ 14 ของผมทำยังไงก็ได้ให้ผ่านไปง่ายๆ ไม่อยากเด่นมากเดี๋ยวมีปัญหา มองย้อนกลับไปช่วงนั้นยังนึกไม่ออกเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จำได้ว่าเป็น 14 ที่ไม่สนุกเลย วัยรุ่นช่วงนั้นของผมไม่ค่อยแซ่บ มีเด็กคนนึงในหมู่นักแสดงนี่แหละ เคยคุยกันเรื่องนี้ แล้วน้องบอก พี่ไม่แซ่บ (หัวเราะ)”

อยากบอกอะไรน้องๆ ที่ยังไม่แซ่บ ตอนนี้?
นัท – “ถ้าพูดจริงๆ ทุกชอยส์ของการกระทำ มันได้อย่างเสียอย่าง ถ้าจะแนะนำน้องเพียงแค่ว่า รับผิดชอบกับราคาที่ต้องจ่าย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ไม่ได้ทำแล้วจะมีปัญหา ถ้าไม่ได้ลองอันนี้แล้วจะเสียดาย ผมว่าก็ลองได้นะ แต่แค่ว่าต้องรับผิดชอบกับมัน ทำอะไรลงไปมีราคาที่ต้องจ่าย”
ในมุมมองของนัท มองต้อและกิ๊บในหนังเป็นยังไง?
นัท – “ผมคิดบ่อยนะว่าความสัมพันธ์ต้อกับกิ๊บเป็นความรักแบบไหน ทำไมต้อถึงไม่ยอมปล่อย ยังมูฟออนเป็นวงกลม เป็นเพราะต้อเห็นเวอร์ชั่นที่แฮปปี้ที่สุดของกิ๊บไปแล้วตอน 14 คือเราก็ไม่รู้ว่ากิ๊บที่กรุงเทพฯไปเจออะไรมาบ้าง เขาเห็นความเศร้าบางอย่าง ไม่แปลกที่ทำให้ต้อมีความคิดต่อกิ๊บแบบในหนังที่สื่อสารออกมา เป็นความพยายามจะรักษา หรือเอากิ๊บคนเดิมคืนมา”

สุดท้ายคิดว่าคนดูจะได้อะไรจากเรื่องนี้?
นัท – “ความสุข ความสดของน้องๆ ความเหลือเชื่อจากณิชา อยากเชิญชวนมาชมภาพยนตร์ 14 อีกครั้ง เป็นภาพยนตร์ที่จะพาทุกคนย้อนกลับไปในวัย 14 แล้วลองมาตั้งคำถามกันว่า ตอนเราอายุ 14 มีความคิดอ่านยังไง กันบ้าง”