‘จุลพันธ์’ รมช.คลัง ชู 3 แผนฟื้นชีวิตเกษตรกร เร่งเดินเครื่องพักหนี้ ขีดเส้น 3 ปี หนี้ต้องลด – พร้อมประสานธนารักษ์ดึงที่ราชพัสดุ 2 ล้านไร่ จากทหาร-ส่วนราชการ ปล่อยเช่าราคาถูก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงมาตรการพักหนี้ ว่า มีเป้าหมายสำคัญคือ ภายในระยะเวลา 3 ปีในการดำเนินโครงการ มูลหนี้ของเกษตรกรจะต้องลดลง จึงมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะต้องมีกลไกในการช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้าโครงการ

นอกจากนี้ รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกรอย่างจริงจัง ผ่าน 3 เรื่องหลัก คือ 1.การตั้งเป้าหมายในการเพิ่มรายได้เกษตรกรเป็น 3 เท่า 2.การเร่งกลไกในการพัฒนาที่ดินทำกิน โดยได้ประสานกับกรมธนารักษ์ ในการนำที่ดินราชพัสดุ จากส่วนราชการและทหารที่ไม่ใช้ประโยชน์และพร้อมส่งคืนกว่า 2 ล้านไร่ นำมาให้เกษตรกรเช่าเพื่อทำการเกษตรในราคาถูก และ 3.การผลักดันคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น สังคม และเศรษฐกิจไทยต้องดีขึ้นให้ได้ โดยรัฐบาลยืนยันว่า เพื่ออนาคตของคนไทยรัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด

โดยเงื่อนไขโครงการพักหนี้เกษตรกรนั้น สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ทุกสัญญารวมกันไม่เกิน 300,000 บาท ณ 30 ก.ย. 2566 โดยมีลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการกว่า 2.69 ล้านราย ยอดหนี้ทั้งหมดจำนวน 283,000 ล้านบาท ซึ่ง ธ.ก.ส. เปิดให้บริการตรวจสอบสิทธิ์และแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการผ่านแอพพลิเคชั่น BAAC Mobile ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 – 31 ม.ค. 2567 โดยติดตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน รวมทั้งการฟื้นฟูศักยภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้หลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ พร้อมเติมสินเชื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นในระหว่างการพักชำระหนี้ และป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส. พร้อมดำเนินการตามมติ ครม. ในการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรและบุคคลที่มีสถานะเป็นหนี้ปกติและหนี้ค้างชำระ ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ทุกสัญญารวมกัน ณ 30 ก.ย. 2566 ไม่เกิน 300,000 บาท โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 15 ต.ค. 2566 พบว่า มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว 316,468 ราย โดยคาดว่าภายใน 4 เดือน จะมีลูกหนี้สมัครเข้าร่วมโครงการราว 70% ของเป้าหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน