ผลงานภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องเล่าสยองขวัญสุดโด่งดังในโลกออนไลน์ “ธี่หยด” กำลังจะเข้าฉายให้ชม 26 ตุลาคม ในโรงภาพยนตร์ นักแสดงหนุ่มน้องใหม่ ‘จูเนียร์’ กาจบัณฑิต ใจดี เล่าให้ฟังถึงหนังเรื่องนี้ โดยเล่นเป็นน้องชายพระเอกฮอต ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ เจ้าตัวบอกไม่ยากเพราะเป็นบทที่ใกล้ตัว

หนังกำลังจะเข้าฉายให้ชมแล้ว?
จูเนียร์ – “ภูมิใจนำเสนอเลยครับ ใน ธี่หยด ผมเล่นเป็น ยศ เป็นน้องชายคนที่สองของบ้าน เป็นน้องพี่ ณเดชน์ ที่เล่นเป็น ยักษ์ ซึ่งยศจะเป็นคนที่ต้องมารับผิดชอบแทนพี่ชายทุกอย่าง คือพี่ชายไปเป็นทหาร ทำให้เรารู้สึกมันไม่ใช่หน้าที่เรา ก็เลยโกรธแค้นพี่ชายหน่อยหนึ่ง ในบ้านจะมีทั้งหมด 8 คน พ่อ แม่ พี่ยักษ์ ยศ ยอด แย้ม หยาด ยี่ คือมีพี่ชาย 3 คน น้องสาว 3 คน ถามว่าบทนี้ยากไหม ไม่ยาก เพราะ ใกล้เคียงตัวเราด้วย เรามีพี่ชาย แล้วก็ทะเลาะกันปกติ ก็ใกล้เคียง เราก็หยิบมาใส่บ้าง”

เป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับ ต้องจินตนาการเยอะไหม?
จูเนียร์ – “เรื่องนี้ไม่เน้นซีจี คือใช้นักแสดงแต่งเมกอัพเลย เราก็ได้เล่นกับคนจริงๆ ส่วนตัวผมในเรื่องจะไม่ค่อยเจอผีเท่าไร แล้วตัวจริงก็เป็นคนไม่ค่อยกลัวผี สำหรับการเข้าฉากกับพี่แบร์ (ณเดชน์) จะมีความยากตรงที่ว่าจะงอนมากไปก็ไม่ได้ ก็ต้องหาตรงกลางให้เจอ ก็ใช้วิธีถามเลย ถามพี่แบร์ว่าผมเล่นประมาณนี้โอเคมั้ย คุยกับผู้กำกับฯ ด้วย”

คาดหวังขนาดไหน?
จูเนียร์ – “ตอนแรกไม่คาดหวังมาก แล้วผมไม่รู้ว่า ธี่หยด เป็นเรื่องเล่าในพันทิปที่ดังมาก แต่พอเริ่มปล่อยทีเซอร์ กระแสดีมาก ทีนี้แหละทั้งความคาดหวังความกดดันมาเลย เพื่อนบางคนที่ไม่ได้คุยกันมานาน ทักมาถามว่าเล่นเรื่องนี้เหรอ คือเขาติดอ่านตลอด เลยเพิ่งรู้ว่าดังขนาดไหน”

“ที่สำคัญเลยคือเรื่องนี้เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เข้าฉายในระบบ IMAX เลยยิ่งตื่นเต้น อยากให้ทุกคนไปดู มันไม่ใช่แค่ผีอย่างเดียว แต่มีเรื่องของความอบอุ่นในครอบครัว เห็นปัญหาในครอบครัว สำหรับแฟนๆ เรื่องเล่า ธี่หยด อยากรู้ว่าเสียง ธี่หยด เป็นยังไง ต้องมาดูครับ”

นอกจากเรื่องนี้แล้ว มีอะไรอีก?
จูเนียร์ – “มี ขวัญฤทัย ใน ดวงใจเทวพรหม, ยัยปลาไหลกับนายไฮโซ, น่านฟ้าชลาลัย แล้วก็มีซีรีส์แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ครับ”

ถามถึงจุดเริ่มต้นก้าวเข้าวงการบันเทิง?
จูเนียร์ – “ผมไม่ได้คิดจะเข้าวงการบันเทิงเลย จนพี่แป๊ะ (ผู้จัดการส่วนตัว) มาเจอ เขาทักมาในไอจี ถามว่าสนใจมั้ย ตอนแรกปฏิเสธ คือผมไม่ไว้ใจ จนผมตัดสินใจได้ว่าอยากเรียนต่อป.โท ซึ่งอยากหาเงินเรียนเอง พี่เขาก็บอกว่ามีงานถ่ายแบบเอ็มวีอยู่ ผมก็ไปเสิร์ชดูว่าแป๊ะยิ้มช่อง 3 เป็นใคร ก็ได้รู้ว่าอ่อคนนี้ ครั้งแรกที่เรียกมาคุยแม่ผมก็มาด้วย ก็เริ่มไว้ใจ จนเขาเริ่มส่งไปเรียนแอ๊กติ้ง งานชิ้นแรกผมไม่แน่ใจว่าเป็นถ่ายแบบ หรือเอ็มวี แล้วก็มีมาเรื่อยๆ จนมาเข้าช่อง เล่นละคร ยมทูตกับภูตสาว เป็นเรื่องแรก”

พอได้เข้ามาในวงการแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
จูเนียร์ – “รู้เลยว่ายากมาก อย่างละครต้องมีเรื่องอารมณ์ ต้องจำบทได้ บุคลิกท่าทาง ยากมากจนรู้สึกว่านี่เหมาะกับเราจริงหรือเปล่า จนพออีกเรื่องนึงผ่านมาก็แบบไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ แล้วพอมาอีกเรื่องก็เออ…สนุกนะ อยากเก่งกว่านี้ อยากพัฒนามากกว่านี้ จนมาถึงตอนนี้รู้สึกอยากเล่นอะไรที่ท้าทายไปเรื่อยๆ จากไม่ได้สนใจ ก็เริ่มพอได้ เริ่มสนุก และเริ่มรัก”

เรื่องหัวใจบ้าง?
จูเนียร์ – “ตอนนี้ยังไม่มีใครครับ เคยมีแฟนคบกันประมาณ 5 ปี ก็ต้องเลิกกันไป เลิกตอนที่ผมเข้าวงการมาสักพัก ปัญหาคือตัวผมเอง เราทำงานไม่ตรงกัน เขาทำงานประจำ แล้วอย่างมีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เราก็อยากพัก อยากมีเวลาของเรา บางทีเพื่อนผมก็ว่างเสาร์-อาทิตย์ ก็อยากไปเตะบอลกับเพื่อน เล่นเกมอะไรบ้าง คือเราเลือกไม่ให้เวลากับเขาเอง รู้ว่าเป็นความผิดของตัวเอง จากนั้นก็ไม่ได้มองใคร รู้ตัวว่าเราเป็นคนแบบนี้ อาจจะยังไม่เหมาะกับใคร ส่วนสเป๊กสาว ผมชอบคนเรียบร้อย แต่ว่าเซ็กซี่ ดูย้อนแย้งมั้ย (หัวเราะ)”

แล้วเรื่องที่ไปมีข่าวกับ แจ็คกี้-ชาเคอลีน?
จูเนียร์ – “เหมือนวันนั้นเราไปโปรโมตละคร 18 มงกุฎสะดุดเลิฟ แล้วนัดไปกินข้าวกันทุกคน มีคนมาถามก็บอกไปว่าเป็นพี่น้องกัน ส่วนตัวผมอยากมีลูกตอนอายุ 27 แต่งงานตอน 30 คือเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก ว่าอยากจูงมือลูกเข้าพิธีแต่งงาน แต่ตอนนี้ยังไม่มีแฟนเลย (หัวเราะ) ย้อนแย้งอีกแล้ว”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน