ในฐานะผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้าเกษตรในตลาดศรีเมือง ตลาดกลางค้าส่ง-ปลีกผักและผลไม้ อ.เมือง จ.ราชบุรี ขนส่งสินค้าเกษตรลงไปพื้นที่ภาคใต้มา 18 ปี ปัจจุบันภาคใต้ฝนตกน้อยลง ชาวบ้านจึงหันมาปลูกพืชผักมากขึ้น ทำให้มียอดสั่งซื้อผลผลิตทั้งผักและผลไม้จาก จ.ราชบุรี ลดลง
เดิมเคยใช้รถบรรทุกสิบล้อขนส่งสินค้าลงภาคใต้ หรือประมาณ 15 ตันต่อรอบ แต่ปัจจุบันลดลง จนต้องใช้รถบรรทุกหกล้อ หรือหากวันไหน มียอดสั่งซื้อเข้ามาน้อย เหลือเพียง 4 ตันก็ใช้รถกระบะ และหากไม่มีสินค้าจากภาคใต้บรรทุกขึ้นมาจำหน่ายทางภาคกลาง นั่นหมายถึงการขนส่งเที่ยวนั้นขาดทุน
การที่รัฐบาลประกาศลดราคาค่าน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 2 บาท ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ช่วยไม่ได้มาก เพราะยังมีค่าประกันสินค้า ค่าประกันรถ ค่าแรงงาน ค่าเสื่อมสภาพที่ผู้ประกอบการขนส่ง ต้องแบกรับแล้ว เกษตรกรก็มีค่าปุ๋ยและสารเคมี ถือเป็นต้นทุนหลัก ที่ยังไม่ได้พิจารณาปรับราคา อีกทั้งนโยบายลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นแค่ช่วงสั้นๆ จึงไม่สามารถทำให้ราคาพืชผักที่จำหน่ายตามท้องตลาดลดราคาลงได้
สิ่งที่น่ากังวลสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งพืชผักและผลไม้ไทยในเวลานี้ คือ การที่ผู้ค้าจากมาเลเซีย เดินทางขึ้นมาซื้อพืชผักและผลไม้ตามแหล่งผลิตและตลาดค้าส่ง โดยจะพาคนงานข้ามชาติของตัวเองขึ้นมาด้วย แล้วว่าจ้างเพียงรถบรรทุกในพื้นที่ลงไปส่งสินค้าปลายทาง นอกจากนั้นยังติดต่อซื้อขายพืชผักและผลไม้จากจีน ของผู้ประกอบการชาวจีนกับมาเลเซีย โดยใช้ไทยเป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ
จึงอยากฝากถึงรัฐบาล เร่งวางมาตรการควบคุมการซื้อขายสินค้าเสรีของผู้ประกอบการต่างชาติ ที่ส่งผลทำให้ประเทศไทยและ ผู้ประกอบการไทยเสียประโยชน์ หากทำไม่สำเร็จ ไทยจะขาดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการเลิกกิจการ สุดท้ายกระทบถึงแรงงานไทยที่จะถูกลอยแพ ไม่มีงานทำอีกเป็นจำนวนมาก