“หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ” พระ นักธุดงค์สายป่า แห่งที่พักสงฆ์บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ที่ชาวพุทธเคารพเลื่อมใสศรัทธาทั่วประเทศ
ปัจจุบันยังดำรงชีวิตอยู่ในวัย 75 ปี พรรษา 13 สืบสายธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์พระป่า
มีนามเดิมว่า นายบุญชื่น อุ่นเทียมโสม เกิดวันที่ 9 พ.ค.2491 พื้นเพเป็นคนบ้านเสาเล้า หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ โยมบิดา-มารดาชื่อนายเม้า และนางบา อุ่นเทียมโสม เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 7 คน
จบชั้น ป.4 อาชีพทำนา วัยหนุ่มถูกเกณฑ์ไปรบที่สมรภูมิล่องแจ้ง-ทุ่งไหหิน แขวงไซสมบูน สปป.ลาวนาน 1 ปี สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ ทำหน้าที่พลประจำปืน ช่วงใช้ชีวิตฆราวาสแต่งงานอยู่กินกับภรรยามีบุตร 4 คน
พ.ศ.2553 ขณะอายุ 60 ปี จึงเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อุปสมบทนิกายธรรมยุต 5 เดือน ต่อมาจึงบรรพชาในโครงการพระ 1 แสนรูปที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
ต่อมาจึงอุปสมบทอีกครั้ง ณ พัทธสีมาวัดศรีทอง ต.โพนสวรรค์ มีพระครูบวรธรรมโนภาส เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสุตสุทธิธรรม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการสุวินัย เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ได้รับฉายาว่า ปัญญาวุฑโฒ หมายถึง ผู้เจริญด้วยปัญญา

จำพรรษาที่วัดป่าสามัคคี อบรมที่วัดนี้จนออกพรรษา จึงจาริกธุดงค์ไปป่าช้า บ.ดอนดู่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน กลับมาจำพรรษาที่วัดพระธาตุจำปา บ้านเสาเล้า ป่าช้า บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม สำนักสงฆ์บ้านโชคอำนวย จึงไปจำพรรษาที่ถ้ำเตียงสิริขันธ์ ต.กกปลาซิว อ.ภูพาน จ.สกลนคร นาน 4 ปี จึงกลับสู่มาตุภูมิที่พักสงฆ์ บ.เสาเล้า ซึ่งเป็นที่ดินของพี่ชาย ข้างป่าสวนยาง ตั้งใจอยากจะปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรภาวนาตามรอยหลวงปู่มั่น พระเกจิสายป่า เพื่อตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรม
พ.ศ.2559 ในปีแรกจึงธุดงค์เท้าไปกับพระอาจารย์จรัญ อนังคโณ พระสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ จาก จ.น่าน ไปพระธาตุแช่แห้ง ลัดเลาะป่าเขาก่อนกลับสู่อีสานที่วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม
ก่อนจะธุดงค์จากอุทยานประวัติศาสตร์ จ.กำแพงเพชร มุ่งเจดีย์ จ.นครปฐม จาก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ถึง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงปลีกตัวเดินธุดงค์เดี่ยวผ่านพระธาตุเชิงชุม มุ่งสู่ จ.นครพนม
ครั้งสุดท้ายปี พ.ศ.2565 เดินธุดงค์จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผ่าน จ.นครศรีธรรมราช เข้าสู่ภาคกลาง มุ่งภาคเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่าน จ.เลย ภาคอีสานหลายจังหวัดมุ่งสู่มาตุภูมิ ระยะทางไกลสุดกว่า 3,000 กิโลเมตร ใช้เวลานาน 181 วัน
หลวงตาชื่นกล่าวว่า ที่เดินจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างบุญบารมี เพื่อละความโลภ โกรธ หลง ฝึกขัดเกลากิเลสให้ออกจากใจ และโปรดญาติโยมให้รู้จักการทำบุญทำทาน รักษาศีลภาวนา ละความชั่วทำความดี ให้รู้จักการอนุเคราะห์และสงเคราะห์กันและกันขณะเดินธุดงค์จะไปรับสิ่งของและปัจจัย หลังเดินธุดงค์ค่อนประเทศ ด้วยวัยไม้ใกล้ฝั่ง แพทย์เอกซเรย์ระบุมีอาการเจ็บเอวจนกระดูกยุบ ถวายยาให้ฉันและห้ามเดินธุดงค์ไกล หลวงตาหูตึงต้องใช้เครื่องช่วยฟัง
ด้านการสงเคราะห์สร้างโรงพยาบาลโพนสวรรค์ และโรงเรียนหลายแห่ง ล่าสุดเดินทางไปตาม อบต.และเทศบาลหลายแห่งใน จ.นครพนม ตระเวนไปบอกบุญญาติโยมซื้อเครื่องมือผ่าตัดโรงพยาบาล จ.สกลนคร และสร้างโดมโรงเรียนโพนสวรรค์ มูลค่ารวมกัน 11 ล้านกว่าบาท
นอกจากนี้ยังมีโครงการสงเคราะห์ด้านการแพทย์และด้านการศึกษาใน จ.สกลนคร และจ.นครพนม รวมกันเป็นยอดเงิน 1 พันกว่าล้านบาท หลวงตาบุญชื่นบอกว่าจะทำจนกว่าจะสิ้นลม
พร้อมให้โอวาทธรรมว่า “พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนโอวาทครั้งสุดท้ายคือท่านทั้งหลายจงให้ประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นถึงความพร้อมและความไม่ประมาท”