กรมป่าไม้ – เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่กรมป่าไม้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมี นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ผู้บริหารกทม. ผู้บริหารทส. ผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สกัดPM2.5 – พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทส. พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงการรับสถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมี นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้บริหารกทม.-ทส.-คพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมป่าไม้
นายชัชชาติกล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นสาเหตุหลักจะมาจากรถยนต์แต่พอเข้าช่วงต้นๆ ปีเริ่มมีการเผาชีวมวลกลายเป็นว่าส่วนใหญ่จะมาจากการเผาชีวมวลไม่ว่าจะเป็นอ้อยหรือข้าวโดยเฉพาะฝุ่นข้ามแดน ในอนาคตรัฐบาลคงต้องดูเรื่องนี้เพิ่มขึ้น กทม.ได้ทำ Risk map คือนำข้อมูลจุดเสี่ยงต่างๆ ลงแผนที่ทั้งหมดเช่น โรงงาน แพลนต์ปูน สถานที่ก่อสร้าง อู่พ่นสีรถ เหล่านี้อยู่ตรงไหน และตรวจสอบได้ว่ามาตรวจเมื่อไหร่ผลตรวจสอบเป็นอย่างไรทำให้เราสามารถควบคุมแหล่งกำเนิดได้ละเอียดและ realtime มากขึ้น ขณะนี้กทม.มีเซ็นเซอร์ตรวจฝุ่น 722 จุด อนาคตจะเพิ่มเป็น 1,000 จุด และมีการปรับปรุงแอพพลิเคชั่น AIR BKK สามารถพยากรณ์ได้ดีขึ้นแม่นยำขึ้น เพราะในบางมิติซึ่งเราควบคุมไม่ได้อย่างน้อยให้ประชาชนเตรียมตัววางแผนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน
ที่ผ่านมาตรวจรถยนต์ 135,000 คัน ไม่ผ่าน 2,141 คัน รถที่สภาพทั่วไป 37,000 คัน ไม่ผ่าน 217 คัน รถบรรทุก 92,000 คันไม่ผ่าน 529 คัน จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ขณะที่การป้องกันประชาชน ได้ทำห้องเรียนปลอดฝุ่นติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ 300 เครื่องให้กับศูนย์เด็กเล็ก 1,734 เครื่องให้กับโรงเรียนอนุบาล รวมทั้งพัฒนาห้องปลอดฝุ่นร่วมกับกรมอนามัย มิติที่สำคัญที่สุดตอนนี้เป็นเรื่องการจราจรคงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการดูแลจราจร การปฏิบัติตามกฎจราจร กรมการขนส่งทางบกเรื่องการควบคุมรถเก่าที่จะเข้ามาในพื้นที่ เป็นต้น โดยหลังจากนี้จะรับโยบายและรับไปดำเนินการต่อ” นายชัชชาติกล่าว
พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า ขณะนี้กรุงเทพฯ ใกล้เข้าสู่สถานการณ์ฝุ่นจากสภาวะอากาศหนาวสภาพอากาศปิดและปีหน้าปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลให้เกิดภัยแล้งมากขึ้น ทส.ได้เตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นทั้งการควบคุมไฟป่า การเผาพื้นที่ทางการเกษตร และการควบคุมการเกิดฝุ่นในกรุงเทพฯ สิ่งสำคัญคือต้องนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วนทันท่วงที สิ่งที่ต้องเริ่มทำสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ คือขอให้เริ่มควบคุมแหล่งกำเนิด เกือบ 70% มาจากยานพาหนะ กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพลังงาน คพ. และกทม. ต้องเข้มงวดในการตรวจสอบและตรวจจับรถ โดยเฉพาะรถที่เข้ามาในเขตให้ตรวจสอบสภาพรถยนต์ การตรวจขันวินัยจราจร พื้นที่ก่อสร้าง รณรงค์ให้ประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและรถสาธารณะ
ด้านนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า แหล่งกำเนิดหลักในกรุงเทพฯ มาจากรถยนต์ดีเซล 57% ซึ่งรถบรรทุกและรถปิคอัพ ประกอบกับปีนี้ได้มีการปรับปรุงมาตรฐานฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และดัชนีคุณภาพอากาศที่มีความเข้มขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยซึ่งจะทำให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และในปีนี้ได้ยกระดับมาตรการขึ้นให้มีความเข้มข้นมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยจัดทำเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ปี 2567 ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อมการรับมือฝุ่นละออง ทั้งในเรื่องการส่งเสริมน้ำมันกำมะถันต่ำ ทำให้ฝุ่นลดลง การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อยกลับการเผาในพื้นที่เกษตร และพื้นที่ป่า เร่งนำระบบ GAP PM2.5 Free มาใช้ และส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดการเผา