การเข้าร่วมประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง ครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.การคลัง
ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญ เพราะมีคิวหารือทวิภาคีทั้งกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นายหลี่ เฉียง นายกฯจีน ที่สำคัญคือประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน
รวมถึงการนำคณะนักธุรกิจชั้นนำของไทยไปร่วมเจรจากับภาคธุรกิจจีน
การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จแค่ไหน ไทยจะได้อะไรจากภารกิจครั้งนี้ มีความเห็นจากนักวิชาการ
นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า หากดูจากความพยายามของนายกรัฐมนตรีถือว่ามีความสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมปัญหาสงครามที่เราไม่มีทางเลือกมากนัก
การไปจีนครั้งอย่างน้อยก็ได้พบกับผู้นำระดับประเทศ รวมถึงได้สื่อสารพูดคุยกับนักลงทุน ถือว่าเป็นโอกาสของประเทศไทยในภาวะที่เราไม่มีโอกาสมากนักในเวลานี้
แต่หากเทียบความสัมพันธ์กับสมัยก่อนคงจะเปรียบเทียบ กันยาก เพราะเงื่อนไขสำคัญในรัฐบาลชุดก่อนเป็นเงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงเข้ามาด้วย แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของมิติทางเศรษฐกิจ เราจำเป็นต้องเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในภูมิภาค
ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนขยายอิทธิพลได้สูงมาก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จีนจะทำแลนด์บริดจ์ ขยายการค้าการลงทุนไปสู่ซีกโลกตะวันตก ประเทศไทยจึงอยู่ในจังหวะที่มีความจำเป็นในการเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์กับจีนมาก เป็นพิเศษ
ส่วนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทยจะเติบโตมากขึ้นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่คาดเดายาก สถานการณ์เศรษฐกิจของเรากำลังจะดีขึ้นก็เกิดสงครามที่ประเทศอิสราเอล เกิดภาวะถดถอยของเศรษฐกิจการเมืองโลก รวมถึงสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในจีนเกิดวิกฤต
จึงคาดการณ์ได้ยากว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากการไปพบปะผู้นำประเทศจีน เรื่องนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นระยะยาวในการลงทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือความร่วมมือกับจีน แต่ในระยะเวลาอันสั้นไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้
หากมองการทำหน้าที่ของนายกฯ มีความพยายามเนื่องจากถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นนายกอุปโลกน์ ถูกแต่งตั้งโดยนายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีอำนาจเต็ม รวมถึงไม่ได้มีบารมีทางการเมือง จากการประชุมเวทีโลกในหลายประเทศ ก็พยายามแสดงภาวะผู้นำมากอยู่พอสมควร ส่วนตัวจึงชื่นชมถึงแม้ว่าจะถูกวิจารณ์เรื่องการแต่งกาย แต่ถ้าดูจากความพยายามถือว่ามีสูงมาก
ส่วนเรื่องเรือดำน้ำที่มีแค่ภาพกว้างๆ ว่าพูดคุยกันนั้น เรื่องเรือดำน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่เขาพยายามจะทำให้ได้ หากทำสำเร็จจะเห็นความเป็นผู้นำ คะแนนนิยมก็จะสูงขึ้น จึงต้องเจรจาเรื่องเรือดำน้ำให้สวย
นายธเนศวร์ เจริญเมือง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า หากพูดในเชิงหลักการรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องทำงานอยู่แล้ว เนื่องจากมีวาระการบริหารงานเป็นเวลา 4 ปี

การดิ้นรนผลักดันตัวเองให้มีบทบาทในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการอยู่แล้ว เพราะการเป็นพรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ไม่เหมือนกับกลุ่มหรือสถาบันการเมืองที่มาจากการยึดอำนาจ
แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ การเดินทางไปมีประเด็นอะไรที่ประเทศไทยจะไปแสวงหาผลประโยชน์ ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง หรือมีอะไรที่เราจะเสียเปรียบ ซึ่งประเด็นที่ได้พูดคุยไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว เรือดำน้ำ หรือแม้แต่รถไฟความเร็วสูง ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าต้องมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว
โดยเฉพาะเรื่องฟรีวีซ่าที่เป็นความ คาดหวังของประเทศไทย ที่ต้องการจะดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีประชากรมากและกำลังมีเศรษฐกิจที่ดี ให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมากเพื่อ ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจที่อ่อนแอของประเทศเรา
จีนเป็นประเทศที่มีการพัฒนารวดเร็วมากและมีความเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งในดินแดนแถบนี้ล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ดังนั้น การที่ไทยจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลไทยในการเจรจาว่าสิ่งไหนที่คิดว่าเราจะได้ประโยชน์ และสิ่งไหนที่คิดว่าเราไม่น่าจะได้ประโยชน์
ในภาพรวมจึงแน่นอนว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีความพยายามดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว ว่าจะทำอย่างไรจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น เพื่อหวังจะได้รับความพึงพอใจจากทั้งภาคประชาชน และภาคเศรษฐกิจ เพื่อที่การเลือกตั้งภายหน้าจะได้กลับมาเป็นที่หนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเดินทางไปจีนของนายกฯและคณะจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลานี้เราอยู่ในยุคของการพัฒนาเศรษฐกิจ การที่จีนเป็นประเทศใหญ่มีประชากรเยอะ จึงเป็นเป้าหมายของเราในการพูดคุยเจรจา และออกนโยบายเพื่อให้คนจีนตัดสินใจง่ายขึ้นในการเดินทางมาไทย
การเดินทางไปเยือนจีนเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และ ถือเป็นก้าวที่สำคัญอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นจะมีผลลัพธ์อย่างไรต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นสิ่งที่ต้องติดตาม อย่างไรก็ตาม ทุกการริเริ่มเป็นเรื่องที่ดีและเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว