สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรพัดรองแก่สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ปี พ.ศ.2566 ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ภาค 1, 2, 3, 13, 14, 15 เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศาลาปฏิบัติธรรมสมเด็จพระพุทธชินวงศ์สภา วัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ

มีพระธรรมวชิรเมธี (มีชัย วีรปัญโญ) เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม เป็นผู้กล่าวถวายรายงาน สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ที่มีผลงานต่อเนื่องและปฏิบัติตามระเบียบมหาเถรสมาคมโดยเคร่งครัด เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2566 ที่ผ่านการคัดเลือก ประกอบด้วย ภาค 1 จำนวน 20 สำนัก ภาค 2 จำนวน 10 สำนัก ภาค 3 จำนวน 12 สำนัก ภาค 13 จำนวน 12 สำนัก ภาค 14 จำนวน 12 สำนัก และภาค 15 จำนวน 10 สำนัก รวมทั้งสิ้นจำนวน 76 สำนัก

โอกาสนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีกล่าวสัมโมทนียกถาตอนหนึ่ง ว่า อันที่จริงหน้าที่เผยแผ่ธรรมะ สั่งสอนพุทธศาสนิกชน เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์โดยปกติอยู่แล้ว แต่ที่ มส.มีระเบียบว่าด้วยการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนั้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อความเป็นเอกภาพในการสอนปฏิบัติจะได้เป็นแนวทางเดียวกัน โดยยึดพระไตรปิฎกเป็นหลัก และเมื่อตั้งสำนักแล้วจะได้ส่งเสริมสนับสนุนกำกับดูแลได้ชัดเจนและดียิ่งขึ้น สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด จึงนับเนื่องในงานด้านการเผยแผ่ ในระดับสาระสำคัญ เพราะเป็นการสอนธรรมนำปฏิบัติ นับเป็นหัวใจของงานเผยแผ่ของคณะสงฆ์ที่สำคัญมากประการหนึ่ง ความเจริญมั่นคงสถาพรแห่งพระศาสนาจะเป็นไปได้ยั่งยืนนั้น ก็เพราะสัทธรรม 3 ประการ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ยังคงอยู่คือ 1.ปริยัติ คือคำสั่งสอนอันจะต้องศึกษาเล่าเรียนให้เข้าใจ แจ่มแจ้ง 2.ปฏิบัติ คือการนำเอาปริยัติที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาแล้วนั้น มาปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา 3.ปฏิเวธ คือผล อันจะพึงเข้าถึงหรือบรรลุด้วยการปฏิบัติ อันเป็นเป้าหมายสูงสุด

“ขอให้พระสังฆาธิการทุกท่านทุกระดับให้ความสำคัญ สนใจ ส่งเสริมสำนักปฏิบัติธรรมในเขตปกครองให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่พึ่งพาอาศัยในด้านการปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนให้ยิ่งๆ ขึ้นไป และกวดขันให้เป็นไปตามระเบียบของ มส. สอนตามแนวพระไตรปิฎกโดยเคร่งครัด” สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีกล่าว

สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด หรือชื่อย่อ สธจ. เป็นหน่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรูปแบบการสอนปฏิบัติกรรมฐาน ตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตรของคณะสงฆ์ไทย ภายใต้การกำกับของมหาเถรสมาคม ก่อตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ.2543 โดยใช้สำนักปฏิบัติธรรมที่มีอยู่แล้วได้รับการยกขึ้นเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด หรือจัดตั้งขึ้นใหม่โดยคณะกรรมการจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด

ทั้งนี้ มหาเถรสมาคมได้มีมติให้มีการมอบรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ประจำปี เพื่อเป็นการยกย่องสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ที่มีการดำเนินกิจกรรมและมีคุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ด้านสถานที่ ด้านการจัดกิจกรรมอบรมปฏิบัติธรรม ด้านบุคลากร และด้านสุขอนามัย เป็นต้น เพื่อเผยแพร่และยกย่องสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเหล่านั้น เป็นการให้กำลังใจ และให้เป็นแบบอย่างแก่การยกย่องสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอื่นๆ

โดยมหาเถรสมาคมได้มีมติให้มีการ คัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่มีผลงานดีเด่นประจำปี จังหวัดละ 1 สำนัก โดยสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับพัดประกาศเกียรติคุณ พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน