นอกจากเสียงเชียร์เสียงเรียกร้องของชาวบ้านในวงกว้าง รอคอยดิจิทัลวอลเล็ตจากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน หวังได้จับจ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีหน้า
เสียงต่อต้านคัดค้านก็เริ่มดังมากขึ้นแล้วเช่นกัน!?
เสียงคัดค้านส่วนหนึ่ง มาจากนักวิชาการนักเศรษฐศาสตร์ ที่มองด้วยความห่วงใยต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ เพราะเป็น การใช้เงินที่มากมายมหาศาล
เสียงคัดค้านอีกส่วน มาจากคนที่ติดในกรอบความคิดเกลียดชังคำว่าประชานิยม ได้ยินเป็นไม่ได้
เสียงคัดค้านอีกส่วนมาจากคนที่ผิดหวังทางการเมือง ไม่ยอมรับรัฐบาลเพื่อไทยที่ไปจับมือกับขั้วรัฐบาลเดิม มองการทำงานทุกอย่างเป็นเรื่องไม่ถูกต้องไม่ชอบธรรมไปหมด
ขณะเดียวกันเพราะโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ถ้ารัฐบาลทำได้สำเร็จก็จะเป็นผลงานหรูหรา ฝ่ายคู่ขัดแย้งทางการเมือง จึงยิ่งติติงโจมตีหนัก!!
จึงกล่าวได้ว่า เสียงต่อต้านดิจิทัลวอลเล็ต จึงมีทั้งเจตนาดี และพวกติดกรอบความคิดเดิมๆ ไปจนถึงพวกที่ใช้จุดยืนทางการเมืองมากำหนด
เมื่อเสียงต่อต้านเริ่มดังขึ้นเช่นนี้
ชาวบ้านที่รอคอยเงิน 1 หมื่น จึงเริ่มหวั่น กลัวว่ารัฐบาลจะไม่กล้าทำต่อ!?
ถ้ารัฐบาลยอมถอยจริงๆ ก็คงน่าเสียดายอย่างยิ่ง สำหรับประชาชนที่รอคอยอยู่
รวมไปถึงผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ คงเสียดาย ด้วยคาดหวังว่าดิจิทัลวอลเล็ตจะกระตุ้นการซื้อขายสินค้าครั้งใหญ่!
ไม่ว่าจะกลุ่มธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะสมาคมภัตตาคารไทย ก็ออกมาสนับสนุนโครงการนี้ เพราะธุรกิจเหล่านี้ ซบเซาอย่างหนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ไม่แค่นั้น อีกหลากหลายธุรกิจ เขียนแผนการตลาด จัดโปรโมชั่น เพื่อเตรียมรับเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทกันแล้ว แทบทั้งสิ้น
เสียงค้านก็ดัง เสียงที่รอคอยความหวังกลัวรัฐบาลจะถอยก็มีมากมาย!!
ดังนั้นรัฐบาลต้องแยกแยะให้ออก ระหว่างเสียงค้าน ด้วยเจตนาดี มีแง่มุมให้นำไปปรับแก้
กับประเภทค้านด้วยเป้าหมายทางการเมือง นั่นก็เป็นเรื่องไม่ผิดคาด
ยกตัวอย่าง เสียงวิจารณ์ด้านลบจากเหล่าสว. ซึ่งย้อนดูไปช่วงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็เห็นอะไรได้ชัด
สว.กลุ่มนี้ก็อภิปรายต่อต้านเศรษฐา และยกมือไม่เห็นชอบ เศรษฐา แต่ลงเอยเสียงสว.เห็นชอบ 152 เสียง ไม่เห็นชอบ 13 เสียง งดออกเสียง 68 เสียง
13 เสียงสว.นี่แหละ ที่ไม่เอาด้วยกับเศรษฐา อย่างหัวชนฝา แต่ก็พิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้ส่งผลหรือมีอิทธิพลอะไรเลย!??
เอาเป็นว่า เพราะเป็นโครงการใหญ่ คิดใหญ่ทำใหญ่ แรงเสียดทานย่อมรุนแรงเป็นธรรมดา
งานนี้เดิมพันสูง พิสูจน์ยี่ห้อแก้เศรษฐกิจปากท้องประชาชน ว่ายังเป็นจุดแข็งของเพื่อไทยหรือไม่!!
วงค์ ตาวัน