สมาร์ตโฟนตระกูลพิกเซลจากค่ายกูเกิ้ล สหรัฐอเมริกา ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (AOS) โอเอสมือถือที่มีผู้ใช้มากสุดในโลก ถือเป็นสุดยอดประสบการณ์ใช้งาน AOS สำหรับผู้ชื่นชอบความดั้งเดิมไร้การเสริมเติมแต่ง จากค่ายมือถืออื่นๆ และกูเกิ้ล พิกเซล 8 โปร (Google Pixel 8 Pro) เรือธงรุ่นล่าสุด ซึ่งเว็บไซต์แอนดรอยด์อูธอริตี นำประสบการณ์ใช้งานมาเล่า
กูเกิ้ล พิกเซล 8 โปร ออกแบบมาให้เป็นสมาร์ตโฟน AOS ที่สมบูรณ์แบบ ภายนอกเปลี่ยนแปลงปรับโฉมทีละเล็กละน้อย จนออกมาเป็นแถบขวางด้านบนที่บรรจุโมดูลกล้องไว้ด้านหลังเครื่อง ใช้สี เมทัลตัดกับตัวเครื่องที่ดีไซน์เรียบหรู ภายใต้สีฉูดฉาดโดดเด่นเตะตา

วัสดุโครงเครื่องกลึงขึ้นจากอะลูมิเนียมชั้นเลิศประกบกระจกด้านหลัง ประกอบแน่นหนา ผ่านมาตรฐานกันฝุ่นกันน้ำ IP68 (กันฝุ่นและกันน้ำเข้าที่ระดับความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร ไม่เกิน 30 นาที) หน้าจอเรียบเสมอขอบ สเป๊กหน้าจอยกระดับมาแบบเหลือกิน ภายใต้ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่างแอนดรอยด์ 14
หน้าจอพิกเซล 8 โปร อยู่ใต้การปกป้องของกระจกนิรภัย Gorilla Glass Victus 2 แบบผิวด้าน ดูสะอาดสวยงาม ให้ความรู้สึกพิเศษต่างจากมือถือทั่วไปทุกครั้งที่สัมผัสจอภาพ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1,344 x 2,992 พิกเซล ความหนาแน่น 489 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) แสดงภาพอัตราส่วน 20:9 กินพื้นที่ร้อยละ 87.4 บนตัวเครื่อง
รองรับเทคโนโลยีภาพ HDR10+ สนับสนุนความถี่ 1 ถึง 120 เฮิร์ตซ์ (Hz) เนื่องจากเป็นจอ LTPO พร้อมความสว่างสูงถึง 1,600 นิต สูงสุด 2,400 นิต ในโหมดภาพ HDR สูงกว่าเรือธงไอโฟน 15 จากค่ายแอปเปิ้ล

กูเกิ้ลยังปรับปรุงในส่วนการเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ ทำให้รู้สึกได้ชัดตั้งแต่การใส่ซิมการ์ด ไม่ว่าแบบ eSIM หรือแบบกายภาพ เครื่องตรวจพบสัญญาณได้รวดเร็ว และรับสัญญาณได้แรงกว่าในบางพื้นที่เมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนคู่แข่งรุ่นอื่นๆ
ขุมพลังพิกเซล 8 ยกระดับด้วยชิพ Google Tensor 3 เป็น SoC สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมการผลิตขนาด 4 นาโนเมตร (nm) ภายในประกอบด้วยหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียูแบบ 9 คอร์ (Nona-core) และหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู รุ่น Immortalis-G715s MC10
ซีพียูแบบ 9 คอร์ ประกอบด้วย 3 คลัสเตอร์ ได้แก่ Cortex-X3 จำนวน 1 คอร์ มีความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงถึง 3.0 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) Cortex-A715 จำนวน 4 คอร์ ความถี่ 2.45 GHz และ Cortex-A510 จำนวน 4 คอร์ ความถี่ 2.15 GHz
ผลจากกูเกิ้ลหันมาพัฒนาซีพียูเอง ทำให้วิศวกรของกูเกิ้ลควบคุมการพัฒนาและการซอฟต์แวร์ออพติไมเซชั่น ส่งผลให้พิกเซล 8 โปรรองรับการอัพเกรดโอเอส และแพตช์รักษาความปลอดภัยนานสูงสุดถึง 7 ปี

เป็นสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ที่รองรับอนาคตยาวนานที่สุด แซงหน้าอดีตแชมป์ซัมซุง ผู้พัฒนาสมาร์ตโฟนกาแล็กซีจากเกาหลีใต้ ที่รองรับการอัพเกรดโอเอสสูงสุด 4 ปี แพตช์รักษาความปลอดภัยนานสุด 5 ปี
พิกเซล 8 โปรมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,050 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง (mAh) เชื่อมต่อผ่าน USB-C รองรับการชาร์จที่กำลังไฟสูงสุด 30 วัตต์ (W) และชาร์จแบบไร้สายกำลังไฟสูงสุด 23W รวมถึงสามารถชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์เสริมได้
ผลทดสอบใช้งานพบว่า การใช้งานทั่วไปอยู่ได้ข้ามวัน (นานสุด 1 วันครึ่ง) หากเป็นวันรับบทหนักก็อยู่ได้ทั้งวัน โดยเหลือแบตฯ อยู่ที่ราวร้อยละ 10 ก่อนเข้านอนประมาณ 22.00 น.
ความน่าแปลกใจหนึ่งของพิกเซล 8 โปร คือ ความเร็วในการชาร์จที่สูงกว่ารุ่นก่อน ใช้เวลาชาร์จจากร้อยละ 2 ไปจนเต็มร้อย นานประมาณ 80 นาที โดยโทรศัพท์ไม่เกิดความร้อนจนรู้สึกได้
แน่นอนว่าพิกเซล 8 โปรไม่ได้สมบูรณ์แบบทั้งหมด เริ่มจากชิพ Tensor ของกูเกิ้ล เมื่อรุ่นที่ผ่านมาถูกวิจารณ์แบบยับๆ ถึงปัญหาคะแนนเบนช์มาร์ก ประสิทธิภาพโดยรวมที่ยังตามหลังชิพคู่แข่งค่ายอื่น
รวมถึงปัญหาความร้อนจากการใช้งาน นำไปสู่ปัญหาอัตราเฟรมที่ลดลงขณะเล่นเกมนานๆ และแบตฯ ที่ถูกสูบหมดไปอย่างรวดเร็ว

ผลทดสอบชิพ Tensor 3 ได้คะแนนเบนช์มาร์ก (Geekbench 6) ยังตามหลังชิพ Snapdragon 8 Gen 2 ของค่ายควอลคอมม์ (Samsung Galaxy S23 Ultra) อยู่ประมาณร้อยละ 10 และชิพ A17 Pro ของค่ายแอปเปิ้ล (iPhone 15 Pro) อยู่ถึงร้อยละ 41 ในแบบคอร์เดียว ส่วนหลายคอร์ตามหลังอยู่ร้อยละ 15 และร้อยละ 39 ตามลำดับ เช่นเดียวกับประสิทธิภาพจีพียู ที่ยังตามหลังชิพทั้งสองรุ่นข้างต้น จากการทดสอบผ่านแอพพลิเคชั่น 3DMark
ผลที่ออกมาไม่ผิดคาด เนื่องจากมือถือตระกูลพิกเซลมักไม่มีจุดเด่นอยู่ที่เรื่องประสิทธิภาพเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม ข่าวดีของชิพรุ่นใหม่จากกูเกิ้ลคือ การไม่พบปัญหาความร้อนสูงเกิน หรือโอเวอร์ฮีต ส่วนข่าวร้ายคือ ประสิทธิภาพชิพที่ตามหลังคู่แข่ง กลับต้องรองรับการอัพเดตนานถึง 7 ปี จึงไม่แน่ใจจะแบกไหวหรือไม่
ทว่าสาวกแอนดรอยด์อย่าเพิ่งเศร้าใจ แม้ประสิทธิภาพความแรงจะตามหลังคู่แข่ง แต่เรื่องกล้องไม่ผิดหวังแน่นอน แม้มองผิวเผินภายนอกแทบไม่แตกต่างจากรุ่นก่อน เพียงเปลี่ยนช่องเลนส์ที่มีทั้งกลมและแคปซูล มาเป็นแบบแคปซูลล้วน

กล้องหลักด้านหลังความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (MP) ขนาดช่องรับแสง f/1.7 กล้องอัลตราวายความละเอียด 48 MP ขนาดช่องรับแสง f/2.0 และกล้องเทเลโฟโต้สำหรับการซูม ความละเอียด 48 MP ขนาดช่องรับแสงเพิ่มเป็น f/2.8

เป็นการปรับเพิ่มทั้งความละเอียด และขนาดช่องรับแสงจากรุ่นก่อน ส่งผลให้พิกเซล 8 โปร รับแสงได้มากขึ้น สะท้อนออกมาในความสวยงามของการถ่ายภาพกลางคืนผ่านโหมด Night Sight
ซอฟต์แวร์กล้องพิกเซลยังได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ใช้งานสะดวกขึ้น โดยเฉพาะผู้รักการถ่ายภาพแบบตั้งค่าเอง น่าจะเลิฟ แน่นอนว่าหากเป็นเอนด์ยูเซอร์ก็เพียงแตะถ่ายภาพ แล้วให้ชิพ Tensor จัดการที่เหลือให้ก็ได้อยู่

ชิพ Tensor มีหัวใจหลักอยู่การประมวลผลแบบ machine learning และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังสนับสนุนฟีเจอร์อย่าง Video Boost โดยหากเปิดใช้ คลิปที่ผู้ใช้กำลังถ่ายจะถูกส่งไปที่ศูนย์กลางข้อมูลของกูเกิ้ล ที่จะประมวลผลจัดสร้างให้ใหม่แล้วส่งกลับมาให้ในเครื่อง แบบคุณภาพสูง อาทิ ความนิ่ง ความชัด และความสว่าง เป็นต้น รองรับสูงสุดที่ 4K@30/60fps
ไรอัน เฮนส์ ผู้ทดสอบถ่ายภาพ กล่าวว่า ลักษณะภาพที่ออกมาจากกล้องหลัก มีคุณลักษณะแบบสมจริงทั้งในแง่สีและความสว่าง รวมถึงความชัดเจนน่าประทับใจ

ปัญหาการเกิดแสงสะท้อนของรุ่นก่อน ได้รับการแก้ไขดีขึ้นมาก แม้ยังพบเล็กน้อยในบางกรณี ขณะภาพที่ได้จากเลนส์อัลตราวายน่าประทับใจเช่นกัน ไม่พบปัญหาสีจืดจาง ไม่มีปัญหาภาพบิดเบี้ยวตามมุม และการเกิดแสงสะท้อนอยู่ระดับน้อยมาก
ภาพจากการซูม คุณภาพอยู่ระดับเดียวกับรุ่นก่อน พิกเซล 8 โปรสามารถซูมแท้ (ออพติคอล) ได้ถึง 5 เท่า ซูมเทียม (ดิจิตอล) ได้ถึง 30 เท่า แม้จะไม่ถึง 100 เท่าอย่างกาแล็กซี เอส23 อัลตราจากซัมซุง แต่ภาพที่ได้อยู่เกณฑ์น่าชมเชย ไม่ว่าสี ความสว่าง และความชัด

การถ่ายภาพกลางคืน ให้ภาพสว่างชัด แต่ยังพบว่ามีรายละเอียดไม่สม่ำเสมอนัก กล้องเซลฟี่ 10.5 MP ให้คุณภาพน่าประทับใจเหมือนเดิม รวมถึงการแยกโฟกัสที่เนียนสมจริง
ทีมข่าวสดไอที มองว่า พิกเซล 8 โปร เป็นสมาร์ตโฟนสมบูรณ์แบบที่สุดจากกูเกิ้ล มีข้อได้เปรียบเรื่องการรองรับซอฟต์แวร์อัพเดตยาวนานที่สุด จอภาพแบบด้านที่สวยงาม
การออกแบบภายนอก สมบูรณ์ทนทาน แบตฯ ที่นานขึ้น ชาร์จไวขึ้นเล็กน้อย แต่มีข้อเสียเรื่องประสิทธิภาพโดยรวมที่ยังตามหลัง คู่แข่ง ซึ่งชดเชยด้วยความโดดเด่นที่สุดอย่างกล้องถ่ายภาพคุณภาพแนวหน้าวงการ

กูเกิ้ล พิกเซล 8 โปร เริ่มวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Obsidian สีขาว Porcelain และสีฟ้าอ่อน Bay มีหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 12 กิกะไบต์ (GB) และพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน (ROM) 128, 256, 512 GB และ 1 เทร่าไบต์ (TB) สนนราคา 43,900 บาทขึ้นไป
ทีมข่าวสดไอที
ภาพ /แอนดรอยด์อูธอริตี