มาเยือนถึงข่าวสด สำหรับนางเอกเคมีสาธารณะของช่องวัน 31 ‘เฟิร์น’ นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล นอกจากจะเป็นนักแสดงแล้ว เธอยังเป็น DJ จัดรายการที่คลื่นวิทยุ FLEX 104.5 ซึ่งที่สถานีนี้เรียกกันว่า FJ โดยวันนี้ เจ้าตัวมาพูดคุยถึงเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว
ตอนนี้ละครมีอยู่กี่เรื่อง?
เฟิร์น – “ตอนนี้รอละครเรื่องใหม่อยู่ค่ะ เพิ่งจบโปรเจ็กต์กับ พี่ป้อง (ณวัฒน์) เรื่อง ‘ต้นร้ายปลายรัก’ ค่ะ ทุกวันนี้ที่ทำอยู่คือจัดรายการวิทยุที่คลื่น FLEX 104.5 วันเสาร์อาทิตย์ บ่ายโมงถึง 4 โมงเย็น ที่ลิโด้ค่ะ”

แต่ก้าวแรกที่เข้าวงการคือเป็นนักแสดง?
เฟิร์น – “ค่ะ แคสติ้งโปรเจ็กต์ช่องวัน 31 ที่หานักแสดงหน้าใหม่ เป็นโปรเจ็กต์แรกที่เข้ามาสัมผัสวงการบันเทิงจริงๆ พอเข้ามาสัมผัสรู้สึกชอบและตกหลุมรัก เป็นเส้นทางที่ไม่ง่าย แต่ระหว่างทางสนุกมาก ได้เจออะไรใหม่ๆ ทำงานกับคนเก่งๆ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เรามาแบบสดๆ แต่พอหลังจากได้ก็เรียนแอ๊กติ้ง พอถึงจุดหนึ่งรู้สึกอยากจริงจังกับอาชีพนักแสดง ก็ไปหาโรงเรียนแบบเดี่ยวจะได้รู้ศักยภาพตัวเองมากขึ้น”
“ช่วงที่เข้าวงการบันเทิงเป็นช่วงที่ไม่เด็กจนเกินไป เหมือนเรียนรู้วงการนี้ในขณะที่เราเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วย ก็เข้าใจในแต่ละอย่างที่ผ่านเข้ามา ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับมัน ไม่ใช่แค่การทำงาน รวมถึงการวางตัวด้วย”

ละครที่สร้างชื่อให้เรา?
เฟิร์น – “เรื่อง ‘หัวใจศิลา’ ค่ะ ไม่คิดเลย แค่คิดว่าอยากทำงานนี้ให้ออกมาดีที่สุด ต้องยอมรับว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มไม่มั่นใจว่าเราอยู่ตรงนี้ได้จริงๆ ไหม จะไปถึงตรงไหน แอบเป็นช่วงวัดใจเหมือนกัน เราจะไปต่อหรือหยุดแค่นี้ แต่ผลตอบรับดีมากๆ ทำให้รู้สึกมั่นใจว่าเรายังคงเดินได้ในเส้นทางนี้ต่อไป”
เราได้ขึ้นชื่อเป็นนางเอกเคมีสาธารณะ เล่นกับใครก็เข้ากันไปหมด?
เฟิร์น – “ค่ะ ขอบคุณแฟนๆ ที่ชื่นชม งานแสดงเป็นงานที่ไม่ตายตัว มีโอกาสเจอคนใหม่ๆ ตลอด เพราะฉะนั้นเราควรพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ที่สำคัญไม่ว่าจะเล่นกับใคร เราควรเปิดใจรับให้นักแสดงที่เราเล่นด้วยไปด้วยกันได้ ไม่ใช่ไปแค่คนเดียว เฟิร์นรู้สึกเต็มที่แล้วก็สนุกกับการที่ได้เจอคนใหม่ๆ”

แล้วมาเป็น FJ ที่ FLEX 104.5 ได้อย่างไร?
เฟิร์น – “FJ มาทีหลัง หลังเป็นนักแสดง จริงๆ การเป็นดีเจเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ แต่การเป็นนักแสดงไม่เคยอยู่ในหัว แต่ดีเจคือใฝ่ฝันมาตลอดเพราะโตมากับช่วงวิทยุที่บูมมากๆ เราชอบฟังเพลง ชอบเสน่ห์ของดีเจวิทยุ รู้สึกว่าถ้าโตมา ถ้ามีโอกาสจะทำ แล้วใช้เวลานานพอสมควร คือทุกอย่างมากับจังหวะและเวลาที่เหมาะสมพอดี”
“เฟิร์นรู้จักพี่อ้อม พิยดา เห็นข่าวว่าพี่อ้อมเปิดวิทยุเลยบอกเขาว่าถ้ามีแคสต์ดีเจหรือดีเจขาด บอกนะคะ อยากทำ ประมาณปีนึงพี่อ้อมก็ติดต่อให้ลองมาเทสต์ไมค์ ก็เลยมีโอกาสได้ไปและรับเลือกเป็น FJ ในชุดปัจจุบัน ดีใจและ ตื่นเต้นมาก เหมือนความฝันเป็นจริง และงาน FJ เป็นอีกหนึ่งงานที่ท้าทาย เป็นงานที่พอได้ มาเรียนรู้แล้วรู้สึกมีดีเทลอะไรบางอย่างที่ต่างจากการแสดง แต่เราสามารถใช้การแสดงมาช่วยทำตรงนี้ได้ก็ฝึกฝนและพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ ได้เจอพี่น้องวงการบันเทิงด้านเพลง เปิดโอกาสรู้จักคนใหม่ๆ”

ทั้งถ่ายละครทั้งจัดรายการ ได้พักบ้างไหม?
เฟิร์น – “พักค่ะ จะมีช่วงหยุดกอง ยังไม่เปิดกล้อง ก็จะมี ช่วงว่าง ก็พยายามบริหารเวลา”
ที่ถามแบบนี้เพราะเห็นเพิ่งคว้าปริญญาโท เอาเวลาที่ไหนไปร่ำเรียน?
เฟิร์น – “(หัวเราะ) ไม่รู้ว่าทำได้ไง แถมเป็นคณะที่ยาก ตอนเลือกต่อป.โทคาบเกี่ยวระหว่างช่วงเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกทางไหน เลยคิดว่าเรียนต่อไปด้วยทำงานไปด้วย ซึ่งช่วงที่หนักจะเป็นช่วงแรกๆ ที่มีละครยาวครั้งแรก ขับรถจากสตูดิโอถ่ายละครจากปทุมฯตอนเช้า ตอนบ่ายขับไปเรียนที่จุฬาฯ เย็นขับกลับมาที่ปทุมฯเพื่อถ่ายละครต่อ ทำอยู่หลายเดือนมาก แล้วมาเจอโควิดอีก เลยทำให้การทำวิทยานิพนธ์เป็นอุปสรรคนิดนึง แต่สุดท้ายก็จบมาได้“

เรียนคณะวิศวะโยธาต้องมีเหตุผลที่เรียนคณะนี้?
เฟิร์น – “ด้วยเรียนจบปริญญาตรีคณะนี้เลยรู้สึกว่าจะได้ต่อเนื่องกัน ถ้าเปลี่ยนสายจะไม่มั่นใจ แต่ก็มีช่วงที่รู้สึกว่า หรือจะหยุดเรียนดี มีหลายครั้งที่คิด แต่ไม่อยากทิ้งไว้กลางทาง เหมือนเราเห็นปลายทางอยู่แค่นี้ แต่ยังไปไม่ถึงสักที แต่ก็ตัดใจทิ้งไม่ลง เลยพยายามทำให้สำเร็จ เพราะไม่อยากมองย้อนกลับมาแล้วเสียดาย ก็เต็มที่สุดๆ ซึ่งตอนนี้จบมาได้ โล่งสุดๆ ค่ะ ตอนนี้พร้อมกลับมาโฟกัสงานวงการบันเทิงเต็มที่”

มาเรื่องความรักบ้าง หัวใจเป็นสีชมพู แบบนี้การเล่นละครจะทำให้เคมียังเป็นสาธารณะได้อยู่อีกไหม?
เฟิร์น – “ก็คบมา 5 ปีแล้วค่ะ เป็นคนนอกวงการ คบกันตอนเราเข้าวงการมาแล้ว ก็คุยศึกษากันมาเรื่อยๆ รู้สึกสบายใจค่ะ ซึ่งเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวค่อนข้างแยกกันชัดเจน เราคุยกันด้วยความเข้าใจ เขาให้เกียรติพื้นที่ในการทำงานของเราแบบเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบค่ะ”

มองอนาคตร่วมกันไกลขนาดไหน?
เฟิร์น – “ทุกอย่างอยู่ที่ปัจจุบัน ถ้าปัจจุบันมีความสุข อนาคตเป็นยังไงไม่มีใครตอบได้ หนูมีความสุขแล้วก็ได้ทำงานเต็มที่ อันนี้พอใจแล้วค่ะ”