นายปัญญา เลิศหงิม นายกสมาคมรถตู้โดยสารสาธารณะ กรุงเทพฯ ปริมณฑล เปิดเผยภายหลังการยื่นหนังสือกลุ่มรถโดยสารร่วมบริการสาธารณะทั้งรถตู้ รถมินิบัส รถเมล์ รถโดยสาร และรถสองแถวโดยสารกว่า 500 คัน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เรื่องความเดือดร้อนราคาค่าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอัดสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ในกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ โดย น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต ที่ปรึกษารมว.พลังงาน ผู้แทนลงมารับหนังสือ ว่า ให้เวลากระทรวงพลังงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ 7 วันหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะเดินหน้าปิดกระทรวงพลังงานทันที

โดยข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประกอบการต้องการให้ลดราคาขาย เอ็นจีวีลงเหลือ 12.74 บาทต่อกิโลกรัม (ก.ก.) และขยายเวลาการใช้บัตรส่วนลดเพิ่มเติมอีก 2 ปี รวมทั้งยกเลิกกำหนดปริมาณการเติม เอ็นจีวีที่ไม่สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน และขอให้มีบัตรส่วนลด ค่าเชื้อเพลิงที่ใช้น้ำมันดีเซลของกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ

“สภาพคล่องของกลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารสาธารณะยังไม่ฟื้นตัวหลังเกิดปัญหาโควิด-19 จำนวนผู้โดยสารก็ลดลงมากจากกำลังซื้อและการพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนเอ็นจีวีที่สูงขึ้นเป็น 19.59 บาทต่อก.ก. เมื่อช่วงกลางเดือนก.ย. 2566 ยิ่งซ้ำเติมทำให้บางรายต้องหยุดเดินรถ ทำให้รถตู้สาธารณะหายไปจากระบบเกือบ 1,000 คัน จากกว่า 2,000 คัน”

นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการรถร่วมขสมก.ได้รับผลกระทบมาก เพราะค่าโดยสารอยู่ที่ 8.50 บาท ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น หากคำนวณต้นทุนปัจจุบันควรจะอยู่ที่ 12-14 บาท ทำให้จำนวนรถร่วม ขสมก. ลดลงจากเดิม 6,000 คัน เหลือ 1,600 คัน อย่างไรก็ตาม ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีขึ้นอีก 1 บาทต่อก.ก. ในวันที่ 16 ธ.ค. 2566 รวมขึ้นราคา 2 บาทต่อก.ก. ทำให้ราคาขายเอ็นจีวีจะอยู่ที่ 20.59 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน