ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลออเจ้า รับบท “ขุนหลวงท้ายสระ” ในละคร “พรหมลิขิต” ภาคต่อละครฮิตฟีเวอร์ “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3HD ที่กำลังโกยเรตติ้งไม่หยุด พระเอกหนุ่ม ‘เกรท’ วรินทร ปัญหกาญจน์ บอกเล่าความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับบทสำคัญ ถ่ายทอดตัวละครที่มีชีวิตจริงในประวัติศาสตร์

ถามถึงบท “ขุนหลวงท้ายสระ” ที่ได้รับ?

เกรท – “ถือเป็นบทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบทบาทหนึ่งสำหรับชีวิตการแสดงของผม รู้สึกเป็นเกียรติมาก เพราะบุพเพสันนิวาส ก็ดีมากๆ ด้วยกระแสความสนุก พอมาเรื่อง พรหมลิขิต ก็ดีใจที่ได้มามีส่วนร่วมในจักรวาลออเจ้า”

รับบทตัวละครที่มีจริงในประวัติศาสตร์ ศึกษาเพิ่มเติมยังไงบ้าง?

เกรท – “ได้ฟังที่เขาเล่าให้ฟังว่ามันเป็นยังไงบ้าง แล้วเราก็มา เข้ากับบทและทำความเข้าใจ แต่มันจะมีเรื่องของการแสดงออกและความเป็นกษัตริย์ บุคลิกลักษณะนิสัยการตัดสินใจ ซึ่งก็จะมีพี่นาย (สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร) ผู้กำกับฯ คอยบอก จริงๆ บทนี้ไม่ได้ใช้คำว่าหนักใจ แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราต้องเคร่งครัด และตั้งใจมาก เป็นพิเศษ ด้วยความที่ท่านเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ แล้วเป็นกษัตริย์เป็นบทที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วไปอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ด้วยในบางโลเกชั่น แล้วพอไปในที่ที่มีทุกคนมานั่งคุกเข่าอยู่หน้าเรา แม้ว่ามันจะเป็นการแสดง แต่ด้วยบทนี้ยิ่งบอกว่ามันมีประวัติศาสตร์เลยยิ่งทำให้หลายๆ อย่างมันทรงพลัง ผมมองว่าสิ่งที่เราควบคุมได้ก็คือการทำตัวละครตัวนี้ให้สมบูรณ์แบบที่สุด เลยเป็นอะไรที่เราค่อนข้างอยากทำออกมาให้ดีที่สุด ก็เลยต้องตั้งใจมากเป็นพิเศษ”

ในการที่รับเล่นมีการบอกกล่าวกับบุคคลที่อยู่ในประวัติศาสตร์ยังไง?

เกรท – “ผมคิดตั้งแต่ตอนที่ตั้งใจรับบทนี้แล้ว บอกว่าไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ถ้าผมได้เล่นบทนี้ขอให้ท่านอยู่ข้างๆ แล้วก็เหมือนให้ท่านเลือกเรามา ทุกครั้งก่อนเข้าฉากก็จะไหว้และขอให้ท่านช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนถ่ายจบก็ได้ไปไหว้หลายๆ ที่ที่อยุธยา”

คำราชาศัพท์ต่างๆ ที่พูดในละคร ศึกษาลงลึกยังไงบ้าง?

เกรท – “คำราชาศัพท์ในบทก็จะมีเขียนค่อนข้างเป๊ะอยู่แล้ว เป็นภาษาที่เราไม่สามารถอิมโพรไวส์ได้ ถ้าเป็นราชาศัพท์แบบยากๆ เลยไม่มี แต่จะมีเป็นชุดคำที่หลายๆ อย่างเราฟังแล้วรู้สึกว่าใช้คำนี้เหรอ คือจริงๆ เราก็ฟังออกเพราะมันเป็นภาษาไทย เพียงแต่ต้องท่องให้เป๊ะ เพราะถ้าพูดสลับกันมันจะความหมายเปลี่ยน เรื่องบทก็เป็นเรื่องยากอย่างหนึ่งมากๆ ของบทนี้ เนื้อเรื่องพูดยาว คือเป็นการเล่าเรื่องให้ คนดูได้รู้ผ่านตัวละครว่าเรื่องจริงๆ ที่เกิดขึ้นในยุคนั้นที่มันมีอยู่ในประวัติศาสตร์มันเป็นยังไง คนดูทางหน้าจอก็จะรับรู้ไปพร้อมๆ กัน จริงๆ เคยเล่นพีเรียดมาแล้ว แต่ในลักษณะแบบนี้ถือว่าเป็นน้องใหม่ เพราะไม่เคยเล่นแบบนี้เลย”

หาจุดเด่นตัวละคร “ขุนหลวงท้ายสระ” ให้ภาพชัดเจนยังไง?

เกรท – “ด้วยความที่บทของตัวละครเขียนมา ค่อนข้างชัดเจน ว่ามีงานอดิเรกและสิ่งที่ท่านทำ มีพระที่นั่งท้ายศาลาที่ท่านชอบไป แล้วมีเรื่องของ ปลาตะเพียนที่ท่านชอบทาน และออกกฎหมายควบคุม อันนี้คือเป็นรายละเอียดที่ทางทีมงานทำมา อีกอย่างหนึ่งที่ใส่รายละเอียดเข้าไปตอนที่เล่น คือในมุมมองของคนที่เป็นกษัตริย์ในสมัยอยุธยา คนก็จะมองไม่เหมือนกัน เช่นแรกๆ ที่ผมเข้าฉากกับ เบลล่า (ราณี แคมเปน) เราชอบเขา ด้วยตำแหน่งของเราที่มีอำนาจอยู่ในมือ ถ้าชอบใครสามารถชี้ได้ในยุคนั้น อันนี้ก็เป็นมายด์เซ็ตที่ใส่เข้าไปในตัวละคร แล้วเรื่องของเวลาราชการก็ต้องเด็ดขาด ต้องมีความดุดันชี้เป็นชี้ตายได้ อันนี้คือเป็นรายละเอียดของตัวละครตัวนี้”

เจออุปสรรคในการถ่ายทำบ้างไหม?

เกรท – “ผมไม่มีอุปสรรค เราเตรียมตัวในส่วนของเรามาอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เล่นบทนี้จะไปรับพลังเอา ข้างหน้ากับทุกคน เพราะผมเป็นคนที่นั่งอยู่ข้างบน หลายๆ ฉากที่ต้องนั่งอยู่ข้างบนไม่ได้คุยกับใคร มันใช้สมาธิสูงและบทยาว คนแทรกก็ไม่ค่อยอยากจะแทรกเพราะเขา ไม่กล้าแทรกกัน เขาก็คอยรับคำสั่ง อย่างเดียว ก็จะมีโมโหมีไม่ได้ดั่งใจ แต่พีเรียดก็จะดีที่ได้สื่อสารทางด้านอารมณ์ เขาจะพูดช้ากว่ายุคปัจจุบัน บางทีมันก็เลย ค่อนข้างชัด ในการแสดงอารมณ์ ชอบไม่ชอบพูดทีละประโยค”

“คือผมขนลุกมาตั้งแต่วันแรกเลย ฉากเปิดตัวผมเป็นฉากขึ้นครองราชย์ ครั้งแรก และเป็นบทที่ยาวมาก 2-3 หน้า แต่เราอ่านแล้วทำความเข้าใจได้ เพราะไม่ใช่เป็นการพูดคุย เป็นการเล่าให้ฟัง เล่าให้คนที่อยู่ทั้งข้างล่างฟังแล้วก็เล่าให้คนที่ดูละครฟัง ว่าที่เรามาขึ้นครองราชย์ได้ เราเป็นมือใหม่นะ แต่เราขอบคุณที่มีใครบ้างเคียงข้างเรา และบ้านเมืองต่อไปจะเป็นยังไง ต้องทำความเข้าใจในทุกๆ ประโยคว่าพูดประโยคนี้เพื่ออะไร จะพูดตามความรู้สึกเหมือนละครปัจจุบัน ไม่ได้ ฉากนี้เรียกว่าขนลุกจริงเลย ตั้งแต่เล่นละครมาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำบทยากที่สุด แล้วในความที่มันยาวและยากก็เลยต้องให้เวลาเยอะๆ แล้วก็ค่อยๆ ไป”

คอสตูมก็จัดเต็ม?

เกรท – “เป็นเรื่องแรกที่แต่งตัวแบบพิถีพิถันและอลังการมาก อย่างเวลาเรารับบทตำรวจใส่ชุดตำรวจก็จะรู้สึกว่าเราคือตำรวจ แล้วชุดนี้มันเป็นชุดที่ประณีตมาก คือไม่กล้าเล่น เล่นน้อย ยิ้มแบบยิ้มไม่กว้าง ผมว่าองค์ประกอบชุดและฉากมีส่วนทำให้ตัวละครสมบูรณ์ เราเป็นนักแสดงเราก็เตรียมตัว มาแล้ว พอได้มาแต่งองค์ทรงเครื่องได้ใส่เต็มๆ มันก็ทำให้มีอินเนอร์อะไรบางอย่างที่เราจะต้องนั่งบนบัลลังก์ และเตรียมที่จะสั่งเตรียมที่จะพูด”

ตัวจริงเป็นคนชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไหม?

เกรท – “เมื่อก่อนไม่ตั้งใจเลย เพราะชอบเล่นพละชอบ ออกกำลังกาย ประวัติศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งที่ครูสอน ตั้งแต่ได้มาเล่นพรหมลิขิตทำให้ผมเข้าใจเสน่ห์ประวัติศาสตร์ เพราะผมไปทำงานที่อยุธยาบ่อยขึ้น ได้ไปไหว้พระ ได้เห็น และเข้าใจได้ว่าเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ไทยอยู่ตรงไหน ทุกวันนี้ยิ่งมีเสื้อผ้า มีการแต่งตัวที่ค่อนข้างร่วมสมัยมากขึ้น ผมว่ามันก็มีเสน่ห์มาก”

จากตัวละครลับในที่สุดก็ได้ออกสู่สายตาคนดูแล้ว?

เกรท – “คือไม่ลับแล้ว แต่ตอนถ่ายลับจริง ตอนไปถ่ายเมืองโบราณหรือที่อยุธยา มีนักท่องเที่ยว เราก็เข้าใจเราว่าเป็นความลับ ซึ่งไม่ใช่ลับแค่พูด ทีมงานบอกพี่เกรทอย่าเพิ่งออกไปนะ ต้องเอาผ้ามาบัง ดีใจที่ได้เป็นตัวละครลับมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ จนพอถึงวันที่เปิดตัวละครเราจริงจังก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ยิ่งพอเห็นเรตติ้งก็ โอ้โห! อลังการมากเลย อยากให้ดูกันเยอะๆ เป็นกำลังใจให้ผมและแก๊งเพื่อนๆ ด้วย เป็นอีกเส้นเรื่องหนึ่งที่ผมมองว่ามีความเข้มข้น เพราะ พ่อริดซึ่งก็คือ พี่โป๊ป (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) อีกคนหนึ่ง อยู่กับเรา อยู่ในแก๊งมหาดเล็กของผมด้วย”

เพิ่งผ่านวันเกิดคุณแม่มา ท่านขอลูกสะใภ้เป็นของขวัญไหม?

เกรท – “อันนี้ขอไว้อย่างหนึ่ง เดี๋ยวค่อยว่ากัน จริงๆ แม่ไม่เร่ง เขาเคยเร่ง แต่รู้ว่าเร่งไม่ขึ้น ความที่ก่อนหน้านี้เขาเห็นเพื่อนๆ เราหลายคนมีแฟน เพื่อนๆ เราที่คลั่งความรักกันทั้งหลาย แม่ก็เลยถามว่าแล้วแกจะยังไง จะเมื่อไหร่ ถามว่าอยู่ดีๆ ทำไมแม่ถึงห่วงเรื่องนี้ ผมคิดว่าคงเป็นช่วงจังหวะอยาก อุ้มหลาน ไม่ใช่แค่เพื่อนเราที่นี่ คนแถวบ้านเห็นเขาอุ้มหลานกันแล้วก็เลยมาถาม ผมก็ตอบแม่ไปว่า เจ๊! หยุดก่อน เดี๋ยวก่อนๆ รักนะ แต่เดี๋ยวก่อนแป๊บหนึ่ง แม่คะยั้นคะยอมั้ยเหรอ เขาก็ถามเป็นพักๆ เขา ก็รู้แหละ จนเลิกถามแล้ว”

เจ๊กุ้ง(คุณแม่) เลยสร้างโปรโมชั่นขึ้นมา?

เกรท – “โปรโมชั่น ขอบคุณทั้งที่จริงจังและไม่จริงจังส่งพอร์ตกันเข้ามา (หัวเราะ) แต่นานแล้วนะ ช่วงที่เป็นข่าวอยู่ช่วงหนึ่ง แต่จริงๆ โปรเกิดขึ้นได้ตลอด ช่วยขายของเพราะรับหน้าที่พีอาร์ของร้านทอง เพราะเราไม่ได้อยู่ช่วยขาย น้องช่วยอยู่ ร้านผมคอยแจกของอยู่เรื่อยๆ เพราะช่วงนี้ทองขึ้น คนก็ไม่ค่อยซื้อเพราะราคามันแรง”

ถ้ามีแฟนจะบอกไหม?

เกรท – “ปล่อยให้คนอยากรู้ไปเรื่อยๆ จะได้มาสัมภาษณ์บ่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่มี จะไปมียังไงล่ะ ถ่ายละครขนาดนี้ ใสๆ เลย ดูตาได้ ทุกวันนี้คนคุยเป็นศูนย์ คุยกับแมวเวลาอยู่บ้าน ถามว่าชวนคนมาดูแมวที่บ้านมั้ย ก็มีบ้าง ชวนเพื่อนๆ มาเล่นเกม แต่เป็นเพื่อนผู้ชายนะ ส่วนเพื่อนผู้หญิงไม่มีมา เพราะเราอยู่บ้าน ชอบอยู่คนเดียว”

ทำไมชีวิตแห้งเหี่ยวจังเลย?

เกรท – “โหย…ถามแบบนี้โมโหเลย ไม่แห้งเหี่ยวหรอก ช่วงนี้ทำงานเยอะ ที่ทุกวันนี้ยังไม่มีแฟนก็เพราะเราทำงานเยอะนี่แหละ โตมากขึ้น ทำงานเยอะขึ้น ต้องโฟกัสกับงาน”

มูเตลูขอความรักบ้างไหม?

เกรท – “ไม่มู ผมแค่รู้สึกว่าวันหนึ่งถ้าตั้งใจจะมีเดี๋ยวมันก็มี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งใจที่อยากจะมีไง ไม่ได้คิดว่าจะต้องมีหรือไม่มี แค่รู้สึกว่าผมไม่มีแฟนก็แฮปปี้ ผมทำงานก็มีความสุขได้ ไม่จำเป็นต้องมีแฟนเหมือนคนอื่นเขา แต่ถ้าวันหนึ่งจะมีแฟนก็มีได้”

คนที่จะเป็นแฟนของเกรทต้องเป็นยังไง?

เกรท – “ผมว่าจะต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนใจดี เข้าใจชีวิต แค่นั้นแหละ ถามว่าต้องแก่กว่ามั้ย ไม่จำเป็น ขอให้โตทางด้าน วุฒิภาวะ มีแฟนเด็กกว่าก็สดใส ผมก็ชอบเด็กๆ น่ารักสดใส แค่มี วุฒิภาวะทางด้านจิตใจให้โตเป็นผู้ใหญ่ก็ได้ครับ”

อชริญา บุุญชูู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน