กทม.2 ดินแดง – เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่อาคารธานีนพรัตน์ นายสุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย กทม. เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในกทม.ว่า มีแนวโน้มระบาดในช่วงฤดูหนาวมากขึ้น โดยข้อมูลวันที่ 2 ต.ค.พบยอดผู้ป่วยปี 2566 จำนวน 39,385 ราย สูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง (ปี 61-65) 3.12 เท่า ในช่วงเวลาเดียวกัน อัตราป่วย 716.75 ต่อประชากร 1 แสนคน และพบเสียชีวิต 1 ราย ที่เขตสวนหลวงเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา รวมถึงพบในเด็กอายุ 5-9 ปี 2,378.16 ต่อประชากร 1 แสนคน อายุ 10-14 ปี 1,896.97 คน อายุ 0-4 ปี 1,063.85 คน ตามลำดับ โดยสายพันธุ์ที่พบมากสุด 50.38% คือ สายพันธุ์ A รองลงมาสายพันธุ์ B 7.17% สายพันธุ์ C 0.01% และ 42.44% ไม่ระบุสายพันธุ์ อัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ เขตพญาไท ปทุมวัน ราชเทวี

ด้านมาตรการป้องกันในช่วงวันที่ 1 พ.ค.-31 ส.ค.66 สำนักอนามัยได้รับจัดสรรวัคซีน 138,130 โดส ให้บริการไปแล้ว 132,567 ราย หรือร้อยละ 95.97 รวมถึงเพิ่มมาตรการป้องกันในสถานศึกษา หากพบเด็กมีไข้ต่ำ ไอ จาม คัดจมูก มีน้ำมูก ต้องสอนให้เด็กใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือใช้กระดาษทิชชูแล้วทิ้งลงถังขยะให้เรียบร้อย ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ จาม หากพบเด็กมีไข้สูงให้แจ้งผู้ปกครองและหยุดเรียน หากไข้สูงเกิน 3 วัน ไม่กินน้ำ/นม หายใจเร็ว หอบ ควรรีบส่งโรงพยาบาล

ส่วนกรณีพบว่าเด็กเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือพบเด็กป่วย 2 คนขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกันใน 1 สัปดาห์ นายสุนทรกล่าวว่า ควรปฏิบัติดังนี้ 1.ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2.พิจารณาปิดห้องเรียนหรือปิดโรงเรียนลดการกระจายเชื้อ 3.ทำความสะอาดโรงเรียน และอุปกรณ์ที่สัมผัสร่วมกันมาก จัดจุดล้างมือและเตรียมหน้ากากอนามัยให้ เพียงพอ 4.ประชาสัมพันธ์ให้ครูและนักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับโรคและวิธีป้องกัน 5.ถอดบทเรียนและเฝ้าระวัง ปัจจุบันพบยอดผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในสถานพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 ก.ย.66 จำนวน 7,807 คน

นายสุนทรกล่าวว่า ปัจจุบัน สนอ.ยังเตรียมเฝ้าระวังโรคต่างๆ ที่เกิดจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เช่น โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แต่ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องผู้ป่วย ขอให้ประชาชนเตรียมตัวป้องกันโดยการสวมหน้ากากอนามัย โดยคาดว่าเดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้จะได้รับรายงานข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงมีความกังวลว่าโรคโควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกครั้งในช่วงนี้ควบคู่กับโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันน้อยลง อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ต้องคอยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน