นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับความไว้วางใจเพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มผู้บริโภค เนื่องจากปัญหาที่ผู้บริโภคมักเจอกับการทิ้งงานหรือการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามสัญญาและไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ต้องเพิ่มงบประมาณในการก่อสร้างแบบที่ไม่ได้วางแผนรับมือมาก่อน และที่สำคัญตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาซีคอนยังไม่ได้ปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด จึงถือเป็นปีทองของผู้บริโภค ส่วนภาพรวมการดำเนินธุรกิจของซีคอนในปี 2566 มีโปรเจ็กต์งานที่ต้องดำเนินการก่อสร้างรวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท โดยรวมถือว่ายังมียอดขายที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
สำหรับภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านของไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2566 สถานการณ์ความตึงเครียดด้านสงครามของทั้งรัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-ปาเลสไตน์ เป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเฝ้าระวัง เพราะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนราคา พื้นฐาน ดังนั้น การปรับตัวรับมือและการวางแผนบริหารจัดการเพื่อควบคุมต้นทุน จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก
ด้านปัจจัยภายในประเทศเกี่ยวกับนโยบายการขึ้นค่าแรงนั้นในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นแรงงานฝีมือซึ่งได้รับ ค่าตอบแทนสูงอยู่แล้วจึงอาจไม่ส่งผลกระทบชัดเจน ด้านราคา วัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นมาเป็นระยะนั้น ซีคอนมีโปรเจ็กต์อยู่ในมือค่อนข้างมาก มีพันธมิตรทางธุรกิจและแผนการซื้อที่ชัดเจนจึงทำให้สามารถบริหารต้นทุนการซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ