วันที่ 7 พ.ย. เอเอฟพีรายงานว่า นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง หลังจากบุคลากรจีนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ในรัฐคะฉิ่น ติดชายแดนจีน ทางตอนเหนือของประเทศ นายหวังไม่ระบุว่าชาวจีนถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บกันแน่
นายหวังระบุว่า จีนได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างจริงจังกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว และจีนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมาอย่างใกล้ชิดและเรียกร้องให้หยุดยิงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทำนองนี้ขึ้นอีก ด้านสื่อเมียนมารายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 4 พ.ย.ว่า ชาวจีน 1 รายถูกสังหารและอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ หลังจากกองทัพเมียนมายิงปืนใหญ่ในเมืองไลซาในรัฐคะฉิ่นติดชายแดนจีน สำนักบัญชาการใหญ่ของกลุ่มชาติพันธุ์ปลดแอกคะฉิ่น หลายรายงานระบุว่า ลูกกระสุนปืนใหญ่ 1 นัดร่วงใส่ชายแดนฝั่งจีนด้วย
“จีนเรียกร้องอีกครั้งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งหยุดยิงทันทีและใช้มาตรการที่ปฏิบัติได้จริงเพื่อป้องกันเหตุใดๆ ที่ทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหลายพื้นที่พรมแดนจีนเกิดอันตรายขึ้นอีก” นายหวังกล่าวและเตือนว่า จีนจะใช้มาตรการจำเป็นที่จะคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินพลเรือนจีน
ขณะที่ในอีกเหตุสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ สหประชาชาติหรือยูเอ็นแสดงความกังวลเกี่ยวกับการสู้รบอย่างหนักระหว่างกองทัพและพันธมิตรชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ 3 กลุ่ม ในรัฐฉาน ได้แก่ กองกำลังปลดแอกแห่งชาติตะอาง กองทัพอารกันและกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา ทางตอนเหนือของเมียนมา ติดชายแดนจีนเช่นกัน ส่งผลให้พลเรือนบาดเจ็บและ เสียชีวิตรวมถึงไร้ที่อยู่เกือบ 33,000 คน นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกเลขาธิการยูเอ็นระบุว่า เรารู้สึกตื่นกลัวจากการสู้รบอย่างหนัก โดยเฉพาะในรัฐฉาน ซึ่งมีรายงานการโจมตีทางอากาศทำให้พลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิต