ผู้จัดมากฝีมือ ‘ต่าย’ นัฐฐพนท์ ลียะวณิช สัมผัสความหลอน “เรือนชฎานาง” ทางช่อง 8 ผลงานการประพันธ์ ของ ‘คุณภาคินัย’ กว่าจะออกมาเป็นละครที่สมบูรณ์ให้แฟนๆ ละครช่อง 8 ได้ชมนั้น ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มากมาย

ทำไมเลือกบทประพันธ์เรื่องนี้ มาสร้างเป็นละคร?
ต่าย – “ผมเป็นแฟนคลับคุณภาคินัย ซึ่งเป็นผู้มีผลงานสร้างชื่อเสียงในวงการนักเขียนนิยายแนวสยองขวัญ ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังคงทิ้งผลงานไว้ให้จดจำอยู่อีกมากมาย สำหรับทางช่อง 8 ก็มีละคร เรือนร่มงิ้ว และละคร เรือนชฎานาง ส่วนตัวชอบเรื่องราวเกี่ยวกับฆาตกรรม หรือตัวละคร สีเทาๆ ผมจะชอบแนวที่ทุกตัวละครอาจจะไม่ดีเลยก็ได้ หรือทุกตัวละคร มีความต้องการที่ชัดเจน เส้นเรื่องมีการขัดแย้งชัดเจน”

ความรู้สึกแรกหลังอ่านบทประพันธ์ เรือนชฎานาง?
ต่าย – “ชอบคอนเซ็ปต์มาก เคยฝันอยากทำเกี่ยวกับนางรำไม่ว่าจะเรื่อง ชฎา หรือ ชุดนางรำ เรือนไทย มันมีเสน่ห์ รู้สึกว่าการหยิบยกเรื่องเกี่ยวกับนางรำมาเล่าน่าจะมีความสวยงามของวัฒนธรรมอยู่ในนั้นและซ่อนเรื่องราวต่างๆ เข้าไปอยู่ภายใต้เรือนชฎานางนี้ อย่างที่ทุกคนเห็นกัน เวลาชุดนางรำอยู่ในที่สว่างมันสวยงดงามน่ามอง แต่พออยู่ในที่มืดชุดนางรำต่างๆ ทุกคนจะมีความกลัว หรือความหลอนอยู่”

คัดเลือกนักแสดงเรื่องนี้จากอะไร?
ต่าย – “พอเราดู เห็นเลยว่าตัวแสดงค่อนข้างเยอะ ทุกตัวละครสำคัญหมด เลยเลือกคัดนักแสดงที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น กบ ทรงสิทธิ์, ฝน สรวงสุดา, พิมพ์ พิมพ์พรรณ, อ๋อม สกาวใจ แค่ 4 ชื่อนี้ เรื่องการจัดสรรคิวถ่ายทำยากพอสมควร เพราะทุกคนงานแน่น นี่จะเป็นเซ็ตรุ่นพ่อแม่”

“พอเซ็ตรุ่นลูก เราหานักแสดงที่เชื่อมโยง ไปในทิศทางเดียวกัน เราเห็นควรให้ ‘จั๊กจั่น อคัมย์สิริ’ ที่ดูบอบบางแต่มีหน้าที่เป็นพี่คนโต คนต่อมาต้องเป็นคนมองโลกแง่ดีโลกสวยตลอดเวลา และมองว่า ‘หนูนา หนึ่งธิดา’ เป็นหนึ่งในนั้นที่เหมาะกับคาแร็กเตอร์นี้ ส่วน น้องคนเล็ก เป็นเด็กน้อยมีเสน่ห์ และต้องมีความคล้ายแม่ ถอดเชื้อแม่มาระดับหนึ่ง ร้ายหน่อยๆ เลยมองเป็น ‘นนนี่ ณัฐชา’ ที่มีทั้ง ความน่ารักและความร้ายซ่อนอยู่ พอวางภาพรวมทั้งหมด หาความเหมาะสมว่าใครต้องคู่กับจั่นและต้องเข้ากับหนูนาได้ เลยเลือก เป็น ‘นิว วงศกร’ ทุกอย่างดูลงตัว”

ดีไซน์นางรำยังไงให้น่ากลัว?
ต่าย – “ต้องยกความดีให้พี่หนึ่ง ชัชวาล ผู้กำกับฯ ที่ดีไซน์ว่าอยากได้แบบไหน ตัวผีนางรำอาจจะไม่มีบทบาทมากมาย ถ้าสังเกตจะเห็นมี ผีนางรำแค่หนึ่งตัวละครที่โผล่มาตลอด พี่หนึ่งจะโฟกัสและให้ความสำคัญกับ ตัวนี้ เพราะจะทำให้เรื่องทั้งหมดน่าติดตามว่าเกิดอะไรขึ้น ผีนางรำตัวนี้เกี่ยวข้องกับบ้านหลังนี้อย่างไร”

“ส่วนตัวผมจะโฟกัสภาพรวม และจุดที่เราโฟกัสมากที่สุดคงเป็นการรำของจั่น หนูนา และนนนี่ ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญ ทั้งมีการรำตากแดดที่ร้อนจัด การแต่งองค์ทรงเครื่องยิ่งใหญ่สวยงามในวัด การต้องไปยืนเหยียบบนโลงศพ การใช้เครื่องดนตรีชุดใหญ่ บอกเลยซีนนี้เราต้องพักการถ่ายทำไปถึง 3 ครั้ง สถานที่ที่ไปถ่ายคือวัดกู้ ตรงที่ถ่ายเป็นที่ เผาศพจริง เราต้องรอวันที่ไม่มีคน มาใช้สถานที่ เราลืมนึกไปว่าด้านหลังของวัดเป็นศาลพระนางเรือล่ม เลยอาจทำให้มีอุปสรรคต่างๆ แต่สามารถผ่านไปจนได้ในที่สุด”

อุปสรรคที่เจอระหว่างถ่ายทำ?
ต่าย – “บางคนมองว่าเป็นเพราะความเฮี้ยนความอาถรรพ์ของละคร บ้างก็เชื่อว่าเรื่องนี้แรง เจอแต่ปัญหา แต่เรามองว่าเป็นเพราะความใหญ่ในโปรดักชั่นที่เราลงทุนสร้างมากกว่า เมื่อเราวางแผนไว้เยอะและละเอียด ทำให้ใช้เวลาการทำ ใช้คน ใช้พื้นที่เยอะ เรื่องราวเนื้อหาในฉากก็เยอะตาม แต่เรา ไม่เคยลบหลู่ ทุกครั้งที่ถ่ายทำ ผมจะเตรียมเครื่องไหว้ เช็กความพร้อมทั้งนักแสดงและทีมงานเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

ขั้นตอนการเตรียมงานแต่ละฉากมีปัญหาอะไรบ้างไหม?
ต่าย – “งานเกิดปัญหาตั้งแต่ยังไม่เริ่มถ่ายด้วยซ้ำ ตั้งแต่ เริ่มเอานิยายมาสร้างเป็นละคร ตีความไปตามนิยาย พัฒนาบทอยู่นาน 10 ตอนแต่ยังไม่พอใจ รื้อบททั้งหมด 10 ตอนนั้นทิ้ง หลังใช้เวลาไปแล้วเกือบ 6 เดือน จนมาเป็น เรือนชฎานาง ในแบบที่สมบูรณ์”

“และในส่วนชฎา ตอนถ่ายทำจะใช้ของเก่าที่มีครูจริงๆ ทั้งหมด จะเห็นความเปลี่ยนไปของชฎาที่จั๊กจั่นใส่ ตั้งแต่เริ่มโดนทำร้าย เปื้อนเลือด ชฎาที่ดูขลัง เพื่อความสมจริงและให้อินไปตามๆ กัน ส่วนสถานที่ ขอชื่นชมพี่หนึ่งและทุกคนในทีม หลังจากได้เห็นบ้านที่ต้องถ่ายทำเรือนชฎานางครั้งแรก ทำให้ผมเชื่อและสัมผัสได้ถึงความหลอน ความสมจริงสุดๆ”

แง่คิดจากละคร?
ต่าย – “สิ่งแรกที่คิดคือความอิจฉาริษยา แต่จริงๆ เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากความหวังดีของแม่ที่อยากให้ลูกได้ดี แม่ทุกคนอยากให้ลูกครอบครองเรือนชฎานาง แต่ใน ความหวังดีที่แม่มอบให้ลูก กลับไปสร้างความไม่สบายใจ และมันกลายเป็นดาบ สองคมที่กลับมาทิ่มแทงตัวเอง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน