เปิดศูนย์ปฏิบัติด่วน-สกัดระบาดทั่วเมืองกรุง
ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายสุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังและมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สนอ.ได้เตรียมพร้อมมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยจัดทำสื่อทั้งแผ่นพับและสื่อออนไลน์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดต่อจากฝอยละอองจากการไอ หรือจามรดกัน หรืออาจติดต่อจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
“สนอ.ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ซึ่งมีการประชุมทุกสัปดาห์และแจ้งเตือนสถานการณ์โรคไข้เลือดออกให้กับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาด รวมทั้งอบรมพัฒนาความรู้และจัดการอบรมซ้อมแผนการดำเนินงานการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก เพื่อให้บุคลากรเจ้าหน้าที่มีความรู้ ความสามารถ และตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้ทันท่วงที” นายสุนทรกล่าว
นายสุนทรกล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการป้องกันโรค ได้แก่ การดูแลสุขภาพ และ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ปิด-ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าไปในที่ชุมชน ล้าง-ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หยุด-หยุดเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด และหากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดให้สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยเฉพาะประชาชน 7 กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเสียชีวิต ได้แก่
1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืดโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4. ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งรวม ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการด้วย และ 7. ผู้ที่เป็นโรคอ้วน มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อ ตารางเมตร ควรไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง
ส่วนแนวโน้มและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ ในปี 2566 มีการแพร่ระบาดมากกว่าปี 2565 มาก จำนวนผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 ต.ค.2566 จำนวน 9,431 ราย มีผู้เสียชีวิต 8 ราย พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมาอายุ 15-34 ปี และ 0-4 ปี ตามลำดับ มีอัตราผู้ป่วยสะสม 3 อันดับแรกในเขตจตุจักร เขตสะพานสูง และเขตหนองจอก ตามลำดับ โดยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเขตประเวศ เขตบางกะปิ และเขตจตุจักร
ทั้งนี้ สนอ.ร่วมกับสำนักงานเขตพัฒนาปรับปรุงระบบจัดการ ด้านสาธารณสุขเขตเมือง อาทิ การจัดการสุขาภิบาลในชุมชนแออัด การจัดการแหล่งน้ำขังอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งในบ้าน ชุมชน และสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งการจัดกิจกรรม บิ๊กคลีนนิ่ง (Big Cleaning) ในชุมชนที่เป็นพื้นที่เสี่ยงทุกสัปดาห์
นอกจากนี้ สนอ.ยังร่วมกับภาคเอกชนจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการโรงเรียนติด Guard ห่างไกลไข้เลือดออก ผ่านโรงเรียนนำร่องที่อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงสูง เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ป้องกันได้