เอเอฟพีรายงานวันที่ 9 พ.ย. ว่า ทางการปาเลสไตน์ภายใต้กองกำลังฮามาสเปิดเผยว่าไม่มีชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บหรือบุคคลสองสัญชาติถูกอพยพออกจากพื้นที่ฉนวนกาซ่าไปยังอียิปต์ผ่านทางด่านข้ามชายแดนราฟาห์ พร้อมย้ำว่าจุดผ่านแดนดังกล่าวยังปิดอยู่เนื่องจากอิสราเอลปฏิเสธที่จะอนุมัติรายชื่อผู้บาดเจ็บที่จำเป็นต้องอพยพเพื่อรับการรักษา โดยตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นหลังกองกำลังฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค. มียอดผู้เสียชีวิตรวมทั้ง สองฝ่ายเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 11,900 ราย เป็นเหยื่อในอิสราเอล 1,400 ราย กว่า 10,500 รายในกาซ่า ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ยังเดินหน้าโจมตีภาคพื้นดินในกาซ่าอย่างไม่ลดละ
ก่อนหน้านี้ด่านราฟาห์เปิดให้ชาวต่างชาติและบุคคลสองสัญชาติอพยพอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. แต่ต่อมาสั่งปิดชั่วคราวหลังเกิดเหตุอิสราเอลยิงรถพยาบาลที่กำลังมุ่งหน้าไปยังด่านราฟาห์ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลชี้แจงว่ากองกำลังฮามาสใช้รถพยาบาลคันดังกล่าวและไอดีเอฟจำเป็นต้องยิงสกัด ด้านนักข่าวในพื้นที่รายงานว่ามีคนจำนวนมากรอให้ด่านราฟาห์เปิดอีกครั้ง
ขณะเดียวกันบีบีซีรายงานกระแสวิจารณ์นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย หลังกล่าวว่ามาเลเซียซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม จะรักษาความสัมพันธ์กับกองกำลังฮามาส และจะไม่ลงโทษฮามาสต่อการเปิดฉากโจมตีอิสราเอล นายกฯ อันวาร์กล่าวกับสมาชิกรัฐสภาเมื่อ 7 พ.ย. ว่าชาวมาเลเซียควรสนับสนุนชาวปาเลสไตน์อย่างเป็นเอกฉันท์ ทั้งยังตอบโต้กรณีที่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐอเมริการะบุว่าจะคว่ำบาตรประเทศที่สนับสนุนฮามาส
โดยนายอันวาร์ตอบคำถามของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเกี่ยวกับจุดยืนของรัฐบาลมาเลเซียว่า “ผมจะไม่ยอมรับภัยคุกคามใดๆ รวมถึงเรื่องนี้ด้วย… การกระทำนี้เป็นเพียงฝ่ายเดียวและ ไม่ถูกต้อง เราในฐานะสมาชิกสหประชาชาติจะยอมรับเพียงการตัดสินใจของคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเท่านั้น” นายอันวาร์ย้ำ