เอเอฟพีรายงานวันที่ 10 พ.ย. ว่า ทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกาแถลงเมื่อ 9 พ.ย. รัฐบาลอิสราเอลตกลงที่จะหยุดการโจมตีชั่วคราวทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่าเป็นเวลา 4 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ประชาชนเร่งอพยพออกจากพื้นที่ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กดดันนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ภายหลังกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) เดินหน้าถล่มกาซ่าต่อเนื่อง จนยอดผู้เสียชีวิตในกาซ่าอย่างน้อย 10,818 ราย รวมกับเหยื่อ 1,456 รายจากเหตุกองกำลังฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค. ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งนองเลือดระหว่างอิสราเอลกับฮามาส เพิ่มเป็นกว่า 12,274 ราย อย่างไรก็ตาม นายเนทันยาฮูยืนกรานว่าจะไม่มีการหยุดยิงถาวรเพราะเท่ากับว่าเป็นการยอมศิโรราบต่อกองกำลังฮามาส โดยอิสราเอลจะปฏิบัติการทางทหารเพื่อรักษาความมั่นคงในพื้นที่กาซ่า และย้ำว่าไม่มีแผนจะเข้ามายึกครองหรือปกครองกาซ่า
นายไบเดนโพสต์ผ่านบัญชีเอ็กซ์ว่าการตัดสินใจของอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจากตนพูดคุยกับผู้นำอิสราเอลเกี่ยวกับประเด็นนี้ และว่าตั้งแต่วันพฤหัสบดีจะมี “ระเบียงมนุษยธรรม” 2 แห่งในฉนวนกาซ่าเพื่อให้ผู้คนอพยพจากพื้นที่สงคราม “ผมให้สัญญา ผมจะสนับสนุนความปลอดภัยของพลเรือนต่อไป และมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานของประชาชนในฉนวนกาซ่า”
นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวว่า “อิสราเอลจะเริ่มบังคับใช้การหยุดยิงชั่วคราว 4 ชั่วโมงในพื้นที่ตอนเหนือของกาซ่าในแต่ละวัน โดยจะมีการประกาศล่วงหน้าก่อนหยุดโจมตี 3 ชั่วโมง เราได้รับแจ้งจากอิสราเอลว่าจะไม่มีปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่นี้ตลอดระยะเวลาของการหยุดยิงชั่วคราว เราอยากเห็นการหยุดยิงชั่วคราวดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม” นายเคอร์บีกล่าว