เมื่อวันที่ 11 พ.ย. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการอิสราเอลเผชิญกับแนวโน้มแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากหน่วยงานสากลและนานาชาติที่เรียกร้องอิสราเอลคุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของพลเรือนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่าหลังแนวรบของการบุกกวาดล้างฮามาสในกาซ่าขยับมาถึงบริเวณรอบโรงพยาบาลอัลชิฟา ศูนย์การแพทย์ใหญ่ที่สุดของกาซ่า

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างมากให้กับหน่วยงานของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น รวมถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล โดยกลุ่มฮามาสที่เป็นผู้ปกครองกาซ่า อ้างว่า การต่อสู้กับทหารอิสราเอลทำให้โรงพยาบาลเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย พร้อมอ้างว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายลงมือและเรียกร้องให้ประชาคมโลกและชาติอาหรับเข้าแทรกแซง

คำกล่าวอ้างของกลุ่มฮามาสเกิดขึ้นช่วงเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ขององค์การแพทย์ ไร้พรมแดน หรือเอ็มเอสเอฟ ระบุว่า การสู้รบรอบโรงพยาบาลทวีความรุนแรงขึ้นและบรรดาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินร้ายแรงที่ด้านนอก โดยเจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วย

รายงานระบุว่า พลเรือนชาวปาเลสไตน์จำนวนมากใช้โรงพยาบาลเป็นสถานที่อาศัย หลบภัยสงคราม โดยกองทัพอิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าใช้โรงพยาบาลเป็นแหล่งกบดานแต่ฮามาสยืนกรานปฏิเสธ นอกจากนี้ ภาวะขาดแคลนที่เกิดขึ้นรอบด้านส่งผลให้โรงพยาบาลอย่างน้อย 20 แห่ง จากทั้งหมด 36 แห่งต้องปิดทำการ

ทั้งนี้ การสู้รบที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสองฝ่ายรวมกว่า 12,200 รายแล้ว แบ่งเป็น ชาวปาเลสไตน์กว่า 11,000 ราย หลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการตอบโต้กลุ่มฮามาสที่บุกก่อเหตุโจมตีในอิสราเอลส่งผลให้มีพลเรือนทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติเสียชีวิต 1,200 ราย มีผู้ถูก กลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกันอย่างน้อย 239 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน