หลังนายกรัฐมนตรีแถลงรายละเอียดโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต รายละ 1 หมื่นบาทด้วยตัวเอง ส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการตามที่หาเสียงและแถลงต่อรัฐสภา

แม้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านจากคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงนักการเงินธนาคาร โดยเฉพาะอดีตผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทยบางคน อ้างไม่คุ้มกับการทุ่มเทงบประมาณเพื่อการนี้

พร้อมแนะนำให้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สร้างศักยภาพการเจริญเติบโตในระยะยาวจะเหมาะสมกว่า

รัฐบาลก็เปิดใจและเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย รวมถึงเสียงสะท้อนของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจ

แต่รัฐบาลเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้ โดยผู้มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปที่มี รายได้ไม่ถึง 70,000 บาทต่อเดือน หรือมีเงินฝากต่ำกว่า 500,000 บาท

ให้สิทธิ์ใช้ครั้งแรกในระยะเวลา 6 เดือนหลังโครงการเริ่ม ขยายพื้นที่ใช้จ่ายครอบคลุมระดับอำเภอตามบัตรประชาชน กำหนดเริ่มใช้จ่ายช่วงเดือนพฤษภาคม 2567

ทั้งนี้ ถ้ามีรายได้เกิน 70,000 บาท แต่มีเงินฝากน้อยกว่า 500,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิ์ หรือถ้ารายได้น้อยกว่า 70,000 บาท แต่มีเงินฝากมากกว่า 500,000 บาท ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์เช่นกัน

เป็นการลดเป้าหมายเดิมจากที่ตั้งเป้าแจกถ้วนหน้า มาเป็นการกำหนดเงื่อนไขรายได้ประกอบ คาดว่าจะมีประชาชน ได้รับสิทธิ์นี้ 50 ล้านคน

ทั้งหมดนี้จะต้องลงทะเบียนทั้งประชาชนผู้รับสิทธิ์และร้านค้าต่างๆ ที่จะร่วมโครงการ โดยใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง สามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคเท่านั้น

ไม่สามารถใช้กับการให้บริการได้ ไม่สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์จากกัญชาและพืชกระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี

อีกทั้งไม่สามารถนำไปชำระหนี้ ค่าเรียน ค่าเทอม ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ หรือซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติได้ แลกเป็นเงินสดไม่ได้ รวมทั้งแลกเปลี่ยนในตลาดต่างๆ ก็ไม่ได้ด้วย

ข้อจำกัดและเงื่อนไขทั้งหมด เข้าใจว่ามาจากความเป็นห่วงที่เกรงว่าจะเกิดรูรั่วเปิดช่องทางไม่โปร่งใส นำไปใช้กับซื้อและแลกเปลี่ยนสินค้าไม่ถูกกฎหมาย อันผิดไปจากวัตถุประสงค์ ซึ่งกว่าจะเริ่มโครงการรัฐบาลจักต้องเตรียมการรับมือรูปแบบการใช้จ่ายอย่างไม่สุจริตต่างๆ ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน