บีบีซีรายงานวันที่ 12 พ.ย. ว่า กองทัพอิสราเอลแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าโจมตีโรงพยาบาลอัล-ชิฟาในเมืองกาซ่าซิตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บเกือบ 40 คน เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่ามีการปะทะกับนักรบกองกำลังฮามาสในพื้นที่ทางตอนเหนือของกาซ่าซิตี ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลเตือนไปยังกลุ่มฮิซบอลเลาะฮ์ กองกำลังติดอาวุธในเลบานอน ด้วยว่าอิสราเอลสามารถโจมตีกรุงเบรุตได้เหมือนที่ทำในฉนวนกาซ่า ภายหลังมีความกังวลว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะฮ์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอาจลากเลบานอนเข้าสู่สงครามครั้งนี้ได้ทั้งหมด
ขณะที่ความสูญเสียจากความขัดแย้งนองเลือดในช่วง 37 วัน นับตั้งแต่กองกำลังฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค. จากนั้นอิสราเอลเดินหน้าถล่มกลับต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม เพิ่มเป็นกว่า 12,353 ราย เป็นเหยื่อในอิสราเอลราว 1,275 ราย ในกาซ่า 11,078 ราย บาดเจ็บ 27,490 คน ยังสูญหาย 2,700 คน และมากกว่า 240 คนถูกกองกำลังฮามาสจับเป็นตัวประกัน
วันเดียวกัน นายแพทย์มาร์วาน อาบู ซาอาดา หัวหน้าศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟา เปิดเผยว่าสถานการณ์ตอนนี้วิกฤตมากเพราะโรงพยาบาลขาดแคลนน้ำ อาหาร ไฟฟ้า และแผนก ไอซียูถูกโจมตีพังเสียหายมาก พร้อมระบุถึงความกังวลว่าทารกแรกเกิดอย่างน้อย 20 คนที่ต้องย้ายไปอยู่ในพื้นที่ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลอาจเสียชีวิตได้ทุกเมื่อเนื่องจากไม่สามารถใช้อุปกรณ์พยุงชีพได้ ภาพถ่ายจากผู้สื่อข่าวบีบีซีเผยให้เห็นเด็กทารกถูกห่อด้วยผ้าห่มและนอนเรียงแถว บนเตียงผู้ป่วย หลายคนดูเหมือนจะมีเทปติดอยู่ที่ใบหน้าซึ่งบ่งบอกว่าจำเป็นต้องได้รับออกซิเจนซึ่งแพทย์เตือนว่าในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า จำนวนตู้อบทารกที่ใช้งานได้จะลดลงเพราะปัญหาขาดแคลนพลังงาน ก่อนย้ำว่าทารกจำเป็นต้องได้รับการดูแลและเข้าถึงอุปกรณ์ช่วยชีวิต ขณะที่ทางการอิสราเอลกล่าวว่าจะช่วยอพยพทารกกลุ่มเปราะบางไปยังโรงพยาบาลที่ปลอดภัยกว่า