บีบีซีรายงานวันที่ 14 พ.ย. ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าโรงพยาบาลอัล-ชิฟาซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่กาซ่า ทางตอนเหนือมีสภาพเกือบเหมือนสุสาน ไม่สามารถ จะฝังศพได้ และหลายพันคนยังติดอยู่ข้างในเนื่องจากมีการต่อสู้รุนแรงบริเวณใกล้เคียง ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวหวังว่าจะเห็นการล่วงล้ำโรงพยาบาลน้อยลงและโรงพยาบาลควรได้รับการคุ้มครอง

นายคริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกองค์การอนามัยโลก ระบุว่ามีประชาชนราว 600 คน ในโรงพยาบาล ขณะที่คนอื่นๆ หลบภัยอยู่บริเวณโถงทางเดิน “รอบโรงพยาบาลมีศพซึ่งไม่สามารถจัดการได้ แม้กระทั่งฝังหรือนำไปไว้ยังที่เก็บศพที่ไหนได้” และว่า โรงพยาบาล ไม่สามารถให้บริการได้อีกต่อไป และเกือบจะกลายเป็นสุสานแล้ว นายแพทย์โมฮัมเหม็ด อะบู เซลมีอาร์ ผู้จัดการโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ระบุว่ามีศพราว 150 ศพกำลังเน่าเปื่อยและเกิดกลิ่นสาบศพคละคลุ้ง แต่เจ้าหน้าที่อิสราเอลไม่อนุญาตให้นำศพออกจากโรงพยาบาลเพื่อนำไปฝัง ทำให้ขณะนี้สุนัขเข้าไปในพื้นที่โรงพยาบาลและเริ่มกัดกินศพ นอกจากนี้ตนยังกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของทารกคลอดก่อนกำหนดหลายสิบคนที่ไม่สามารถอยู่ในตู้อบได้เนื่องจากไฟฟ้าดับ และว่ามีเด็กคลอดก่อนกำหนดที่เสียชีวิตจากการขาดออกซิเจนแล้วอย่างน้อย 6 ราย

การสู้รบรุนแรงระหว่างทหารอิสราเอลและนักรบติดอาวุธฮามาสรุนแรงขึ้นในกาซ่าตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และมีรายงานว่ารถถัง รวมถึงรถหุ้มเกราะอยู่ห่างจากโรงพยาบาลเพียงไม่กี่เมตร โดยกองทัพอิสราเอลกล่าวหากองกำลังฮามาสว่าปฏิบัติการอยู่ในศูนย์บัญชาการและควบคุมอุโมงค์หลายแห่งที่อยู่ใต้โรงพยาบาลอัล-ชิฟา แต่ฮามาสและโรงพยาบาลปฏิเสธ และว่าฮามาส ขวางการแก้ไขปัญหามนุษยธรรม แม้มีการปะทะใกล้โรงพยาบาลอัล-ชิฟา แต่ไม่มีการยิง โรงพยาบาลหรือล้อมโจมตีซึ่งใครก็ตามที่ต้องการออกจากโรงพยาบาลก็สามารถทำได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน