นอกจากความอลังการของปราสาทแล้ว อีกจุดเด่นของปราสาทนครวัดที่ต้องเล่าถึงคือ ภาพสลักเล่าเรื่องที่ระเบียงคดชั้นนอกทั้ง 8 ฉาก ถือเป็นภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่รุ่นแรกของวัฒนธรรมทะเลสาบเขมร

ภาพสลักทั้งหมดในปราสาทนครวัด สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่ พระนารายณ์ เทพเจ้าที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ทรงเคารพบูชา บนหน้าบัน ทับหลัง หรือแม้แต่ส่วนล่างของเสาล้วนมีการสลักภาพพระองค์ รวมถึงปางอวตารของพระองค์ทั้งในร่างมนุษย์และสัตว์อยู่เป็นจำนวนมาก

ภาพสลักทั้ง 8 ภาพนี้สลักขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แบ่งออกได้เป็น 3 รุ่น ภาพสลักรุ่นแรกซึ่งสร้างขึ้นในสมัยนครวัด ได้แก่

ภาพพระนารายณ์ปราบอสูรกาลเนมิ ภาพนี้ปรากฏอยู่ที่ระเบียงคดชั้นนอกด้านทิศเหนือปีกตะวันต

ภาพเล่าเรื่องเหตุการณ์ยุทธกัณฑ์ตามเนื้อหาในคัมภีร์มหารามายณะ ภาพนี้กล่าวถึงฉากที่บรรดาเสนายักษ์ฝ่ายเมืองลงกาออกรบและ ถูกพญาวานรสังหาร กึ่งกลางผนังเป็นภาพพระรามทรงหนุมานแผลงศรรบกับทศกัณฐ์ โดยมีพระลักษมณะและวิภีษณะยืนอยู่ใกล้ๆ

ภาพสลักนี้ปรากฏอยู่ที่ด้านทิศตะวันตกปีกเหนือ

ภาพเล่าเรื่องสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร อันเป็นฉากสุดท้ายของเรื่องมหากาพย์มหาภารตะ ภาพสลักนี้เริ่มเล่าตั้งแต่ฉากที่พระอัยกาภีษมะ ต้องลูกศรนับร้อยของพระอรชุนไปจนถึงฉากราชาศัลยะสิ้นพระชนม์ ภาพนี้ปรากฏที่ด้านทิศตะวันตกปีกใต้

ภาพสลักรุ่นที่สองซึ่งน่าจะสลักขึ้นในช่วงที่พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 สิ้นพระชนม์ หรือช่วงที่พระเจ้ายโศวรมันที่ 2 ครองราชย์ ได้แก่

ภาพขบวนแห่ของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ซึ่งปรากฏที่ด้านทิศใต้ปีกตะวันตก

ภาพฉากนรก-สวรรค์ซึ่งปรากฏที่ด้านทิศใต้ปีกตะวันออก

ภาพสลักนี้เริ่มเล่าตั้งแต่อเวจีนรกจนถึงโรรุวะนรก ในภาพสลักมีข้อความอธิบายถึงสาเหตุที่ต้องไปวิบากกรรมในนรกประกอบอยู่ด้วย แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเนื้อหาของนรก 32 ขุมนี้มาจากคัมภีร์ใด แต่มีการค้นพบว่าแนวคิดนี้ปรากฏอยู่ในจารึกโคปุระปราสาทพิมานอากาศที่เขียนขึ้นในช่วงรัชกาลพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ด้วย

ส่วนในภาพสลักสวรรค์นั้น รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อธิบายไว้ว่าสวรรค์ในที่นี้อาจเป็นไวกูณฐ์ สถานที่สถิตของพระวิษณุ

ภาพเล่าเรื่องการกวนเกษียรสมุทร ภาพนี้ปรากฏด้านทิศตะวันออกปีกทิศใต้ เป็นภาพสลักที่มีองค์ประกอบอย่างมโหฬาร เล่าเรื่องการ กวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำอมฤต

ภาพสลักรุ่นที่ 3 ซึ่งคาดว่าสร้างเสร็จในสมัยนักองค์จันตามรอยร่างเดิมที่ทำค้างไว้ก่อนหน้า ได้แก่

ภาพเล่าเรื่องนารายณ์ทรงครุฑ ศาสตราจารย์ ดร.จอร์จ เซแดส ได้สันนิษฐานไว้ว่าเป็นภาพสลักเหตุการณ์พระวิษณุปราบมุรุ นิสุนทะ หัยครีพ และปัญจันทะตามคัมภีร์หริวงศ์ ภาพนี้ปรากฏด้านทิศตะวันออกปีกทิศเหนือ

ภาพเล่าเรื่องพระกฤษณะปราบพาณาสูร ภาพนี้ปรากฏด้านทิศเหนือปีกทิศใต้

นอกจากภาพสลักที่ระเบียงคดชั้นนอกแล้ว ในปราสาทนครวัดยังมีภาพสลักที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ภาพสลักบนผนังปราสาทที่มุม 2 หลังทางด้านทิศตะวันตกซึ่งเล่าเกี่ยวกับพระอิศวร

ในบริเวณสองข้างของประตูทางเข้า ไม่ว่าจะเป็นบนผนังของ โคปุระปราสาท หรือแม้แต่ระหว่างช่องหน้าต่างของบรรดาระเบียงชั้นบนก็ปรากฏภาพสลักเทพธิดาอยู่เป็นจำนวนมาก เทพธิดาเหล่านี้มีหน้าที่เป็นผู้ปกปักรักษาศาสนสถานและเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ผู้เป็นเจ้าของศาสนสถาน ภาพสลักเทพธิดาอาจปรากฏอยู่รวมกัน 2-3 องค์หรือมากกว่านั้น ในบางครั้งใบหน้าของนางก็ยิ้ม แต่ส่วนมากจะวางหน้าเฉยและทำท่าคล้ายกับว่ากำลังสนทนากันอยู่

เคยสงสัยกันไหมว่าปราสาทที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้จะต้องใช้แรงงานและโลหะในการก่อร่างมากเพียงใด

แรงงานผู้สร้างปราสาทมาจากไหน?

ช่วงรัชสมัยของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 และพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ราชสำนักเมืองพระนครได้ขยายพระบารมีขึ้นสู่บริเวณลุ่มแม่น้ำมูน อาจเป็นไปได้ว่าในเวลานี้ได้มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มประชากรจากลุ่มแม่น้ำมูนลงมาสู่ทะเลสาบเขมรด้วย

ดังจะเห็นได้จากหลักฐานคือ การหล่อ พระนารายณ์บรรทมสินธุ์สำริดขนาดใหญ่ ที่ปราสาทแม่บุญตะวันตก ซึ่งถือเป็นประติมากรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาศิลปะเขมร หรือการสร้างบารายที่มีขนาดถึง 8X2.2 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงเวลาก่อนหน้ารัชสมัยดังกล่าวมีประติมากรรมสำริดในเขตทะเลสาบเขมรน้อยมาก และประติมากรรมเหล่านี้มักมีขนาดเล็ก แตกต่างจากบริเวณลุ่มแม่น้ำมูนที่มักจะพบประติมากรรมสำริดขนาดใหญ่ และสามารถได้จำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ จึงอาจเป็นไปได้ว่าราชสำนักพระนครจะได้ช่างหล่อมาจากลุ่มแม่น้ำมูน เพราะวิทยาการต่างๆ ในสมัยโบราณเป็นการส่งต่อความรู้อยู่ภายในตระกูลของนั้นๆ เท่านั้น

แล้วโลหะที่ใช้สร้างปราสาทมาจากที่ใด?

คำถามนี้ต้องย้อนกลับไปในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เมื่อเริ่มแรกรัชกาล พระองค์เสด็จจากเมืองพิมายมาครองราชย์ที่เมืองพระนคร และน่าจะได้นำมูลนายใกล้ชิดรวมถึงไพร่พลติดตามมาด้วย

ฐานอำนาจเดิมของราชวงศ์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 คือพื้นที่ลุ่มแม่น้ำมูน พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งของแร่เหล็กและเกลือ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปได้ว่าทรัพยากรโลหะซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างก็ถูกระดมมาจากที่แห่งนี้

รวมไปถึงไพร่พลที่ใช้ก่อสร้าง ชักลากศิลา และทำงานเพาะปลูกเพื่อเป็นเสบียงให้แรงงานจำนวนมหาศาลก็น่าจะเป็นไพร่พลของพระองค์ที่เดินทางมาจากลุ่มแม่น้ำมูนเช่นกัน

ติดตามอ่านเรื่องราวของปราสาทนครวัด และเรื่องอื่นๆ ต่อได้ที่หนังสือ

ประวัติเมืองพระนครของขอม (Histoire d’Angkor) พิมพ์ครั้งที่ 5

โดย ศาสตราจารย์มาดแลน จิโต (Madeleine Giteau)

แปลโดย ศาสตราจารย์ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล

ทดลองอ่าน : https://bit.ly/477Ho71

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน