สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความสำคัญและห่วงใยความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในการใช้อาคารสถานที่ในการจัดการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาคารเหล่านี้ย่อมมีการชำรุดทรุดโทรม ต้องได้รับการตรวจสอบ ดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีสภาพพร้อมใช้การได้ดีและปลอดภัย จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษแจ้งสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ดำเนินการตามมาตรการกำกับ ติดตาม และการตรวจสอบสภาพอาคารเรียน ดังนี้
1.แต่งตั้งบุคลากรดูแลและรับผิดชอบด้านอาคารสถานที่
2.วิเคราะห์จุดเสี่ยงสภาพพื้นที่และตรวจสอบโครงสร้างของอาคารเรียน อาคารประกอบ และสำรวจองค์ประกอบภายใน ทั้งครุภัณฑ์ ระบบไฟฟ้า สภาพห้องเรียน และห้องน้ำ ห้องส้วม
3.จัดให้มีแผนเตรียมการป้องกันอุบัติภัยในสถานศึกษา และฝึกซ้อมแผนการอพยพเคลื่อนย้ายนักเรียน และบุคลากร หรือตู้เอกสารที่สำคัญ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมสร้างเครือข่ายสถานศึกษาใกล้เคียง หรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
4.สร้างความตระหนักและให้ความรู้ในการรักษาความปลอดภัยแก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
5.จัดทำป้ายข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในจุดอันตราย
6.ตรวจสอบโครงสร้างและส่วนประกอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ
7.หากสถานศึกษากำลังมีการก่อสร้างอาคารภายในบริเวณควรจัดทำรั้วกั้น หรือใช้ผ้าคลุมบริเวณที่กำลังก่อสร้างไว้ด้วย พร้อมกับติดตั้งป้าย และประกาศเตือนไม่ให้นักเรียนเข้าไปในบริเวณดังกล่าว เพราะนักเรียนอาจได้รับอันตรายจากวัสดุก่อสร้าง เช่น กระจก กระเบื้อง ตะปู เป็นต้น
8.กรณีเกิดเหตุอาคารวิบัติ ไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้อาคาร ให้ทำการกั้นล้อมอาคาร ห้ามเข้าใช้อาคาร สั่งปิดอาคาร และประกาศเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า และรายงานผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข
9.กรณีการชำรุดมีผลกระทบต่อโครงสร้าง ให้จัดหาวิศวกรโยธาผู้มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ดำเนินการสำรวจความเสียหายและจัดทำแบบรูปรายการ วิธีการซ่อมแซม พร้อมทั้งจัดทำประมาณราคาเพื่อเสนอของบประมาณต่อไป
10.กรณีการชำรุดไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้าง ให้สำรวจความเสียหายและจัดทำแบบรูปหรือรายการปรับปรุงซ่อมแซมพร้อมประมาณราคาเพื่อเสนอของบประมาณต่อไป
ทั้งนี้ ขอให้กำชับสถานศึกษาในสังกัดปฏิบัติตามมาตรการกำกับ ติดตาม และการตรวจสอบสภาพอาคารเรียนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
อัจฉรา ทั่งโม
นักประชาสัมพันธ์ สพฐ.