วันพุธที่ 22 พ.ย.2566 น้อมรำลึกครบ 87 ปี ชาตกาล “พระครูฌานวัชราภรณ์” หรือ “หลวงพ่อห่วย จักกวโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอชะอำ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เปี่ยมด้วยเมตตา มุมานะปฏิบัติเคร่งครัดในพระธรรมวินัย สร้างความศรัทธาต่อประชาชนในท้องถิ่น

นามเดิม ห่วย ประมงกิจ เกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2479 ที่บ้านบางเก่า ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2499 ที่วัดโตนดหลวง ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มี พระครูพินิจสุตคุณ (ทองสุข อินทโชโต) วัดโตนดหลวง เป็น พระอุปัชฌาย์, พระครูวชิรรังสี (จันทร์ ธัมมสโร) วัดมฤคทายวัน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูพินิจสมณคุณ (หลวงพ่อหล่อ) วัดหนองศาลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา จักกวโร

อยู่จำพรรษาที่วัดโตนดหลวงมาตลอด จนหลวงพ่อทองสุขเจ้าอาวาสมรณภาพ ต่อมาหลวงพ่อแผ่ว ปัณทิโต หรือพระครูภาวนา วัชโรภาส เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน

พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นรอง เจ้าอาวาส และเป็นคนที่สำคัญยิ่งของวัด ทำงานหนักทุกอย่าง ยิ่งเป็นงานสำคัญด้วยแล้วท่านเป็นกำลังสำคัญ ได้รับมอบหมาย ให้ทำ และงานก็แล้วเสร็จเป็นผลดีทุกครั้ง

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2532 ได้มีชาวบ้านห้วยทรายใต้ และคณะกรรมการวัดพิจารณาว่า วัดไม่มีผู้ปกครองดูแล ไม่มีผู้นำทางที่พึ่งทางจิตใจ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกัน ไปกราบอาราธนาหลวงพ่อห่วย ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทองสุข อดีตเจ้าอาวาสวัดโตนดหลวง

คนในเขตจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียงจะรู้จักดี โดยเฉพาะนักนิยมวัตถุมงคลต่างๆ ที่หลวงพ่อทองสุข ได้อธิษฐานจิตปลุกเสกแจกจ่ายให้แล้ว จะเก็บรักษาและหวงแหน ด้วยมีอานุภาพต่างๆ ปรากฏแก่ผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธา นำวัตถุมงคลของพระคุณท่านติดตัว

นอกจากนี้ ยังเป็นพระหมอที่รักษาโรคร้ายต่างๆ ที่มีตัวและไม่มีตัว โรคที่ไม่มีตัว คือโรคที่เกิดจากเวทมนตร์คาถา เช่น ถูกเสน่ห์ยาแฝด และผีเข้าเจ้าทำ เป็นต้น และหลวงพ่อทองสุขยังมีความเชี่ยวชาญในทางสมถวิปัสสนากรรมฐาน มีทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์มากมาย ได้มาขอสมัครตัวเป็นศิษย์ของท่าน

โบราณกล่าวไว้ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น หรือเชื้อไม่ทิ้งแถว ซึ่งเป็นความจริงตามที่คนโบราณท่านว่าไว้ เพราะหลวงพ่อห่วยได้รับการถ่ายทอดวิชาการด้านต่างๆ จากการเรียนรู้ประสบการณ์จากหลวงพ่อทองสุขได้เป็นอย่างดี จนชาวบ้านทั่วไปมักพากันสรรเสริญยกย่องเป็นศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อทองสุขอีกรูปหนึ่ง

หลังจากได้รับอาราธนาจากชาวบ้าน และคณะกรรมการวัดห้วยทรายใต้ ท่านมิอาจขัดศรัทธาได้ และอีกประการคือมีความกตัญญู

กล่าวคือเมื่อหลายปีก่อน นำมารดามาให้หลวงพ่อโตรักษาโรคตา และจากการที่ได้คลุกคลีอยู่ร่วมเสนาสนะกัน ทำให้หลวงพ่อโตเกิดความนิยมในอัธยาศัยไมตรีและการประพฤติปฏิบัติในศีลาจารวัตร จึงกล่าวชักชวนให้มาอยู่ด้วยกัน ประกอบกับตอนนั้นหลวงพ่อห่วยยังมีภารกิจในทางสำนักวัดโตนดหลวงอยู่ ท่านจึงได้พูดอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนว่า “กระผมไม่มีความสามารถ และยังไม่พร้อม”

ต่อมาหลวงพ่อโตอาพาธอย่างหนักใกล้จะมรณภาพ จึงได้กล่าวกับกรรมการวัดว่า “เมื่อฉันตายแล้วขอให้ไปนิมนต์หลวงพ่อห่วยมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านเราให้ได้” กล่าวจบหลวงพ่อโตท่านมีสีหน้าสดชื่นและรอยยิ้มปรากฏ แต่ดวงตาท่านสู่สุคติภพ

มีความสามารถหลายด้าน เป็นนักวางแผน นักแก้ปัญหา นักประชาสัมพันธ์ นักสังคม สงเคราะห์ เป็นนักอ่านในห้องของท่านจะเต็มไปด้วยหนังสือ ริเริ่มมุมหนังสือที่วัดโตนดหลวง เพื่อให้พระสงฆ์ สามเณร-ผู้คนที่มาวัด มารักษาตัวกรณีเจ็บป่วยได้อ่านหาความรู้ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนาวัดห้วยทรายใต้จนเจริญรุ่งเรือง

มรณภาพที่ร.พ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2566 เวลา 22.27 น. หลังอาพาธเข้ารักษาตัวที่ ร.พ.หัวหิน เมื่อเดือน ก.ย.2566

สิริอายุ 87 ปี พรรษา 67

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน