ในงานสัมมนา “อนาคตเกษตรกรไทยในยุคดิจิทัล” จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ณ อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้บริหารเครือมติชน ผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าเกษตร และพี่น้องเกษตรกรร่วมงานจำนวนมาก

นายไชยากล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “อนาคตเกษตรไทยในยุคดิจิทัล” ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจประเทศ โดยมุ่งเน้นดำเนินการตามหลัก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เริ่มตั้งแต่การสร้างทางเลือกให้เกษตรกรเพื่อผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ พร้อมเปิดตลาดใหม่เพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าให้เกษตรกร

ทั้งนี้ แรงงานด้านการเกษตรประมาณ 50% ของประชากรไทย คนเหล่านี้เมื่อสิ้นฤดูกาลผลิตแล้ว กลุ่มเหล่านี้จะเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม หรือ มาขับแท็กซี่ โดยพื้นที่อีสานเป็นพื้นที่ที่ลำบาก รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยเคยจะพยายามแก้ไขปัญหาความยากลำบาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงระบบชลประทาน

จากนี้ต่อไปการผลิตจะเป็นแบบดั้งเดิมที่มีการผลิตในเชิงปริมาณไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องของสังคม เศรษฐกิจ สภาพอากาศ มีสถานการณ์สงครามเกิดขึ้น มีปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อต้นทุนการผลิต ซึ่งจะปล่อยเกษตรกรประกอบอาชีพแบบเดิมไม่ได้แล้ว รัฐบาลต้องช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างความแม่นยำในการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มจำนวนและคุณภาพของผลผลิต และการสร้างระบบประกันราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกรด้วยการให้ราคาผลผลิตที่เหมาะสม กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับเกษตรกรโดยเฉพาะรายย่อย จะเร่งแก้ไขปัญหา อุปสรรค เพื่อให้เกิดความอยู่ดีกินดี
“ผมจะเร่งขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน คือ การพัฒนาแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำตามความต้องการน้ำในแต่ละพื้นที่ การวิจัยพัฒนาพันธุ์เพื่อเพิ่มผลผลิต นำนวัตกรรมเกษตรแม่นยำมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนต่อไร่ให้สูงขึ้น สนับสนุนเกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม ตาม Agri-Map” รมช.เกษตรฯ กล่าว

ส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นองค์กรที่ให้ความรู้การเกษตรสมัยใหม่แก่เกษตรกร โดยจะพัฒนาฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือแอพพลิเคชั่น ให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้งานวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด รวมถึงวางแผนการผลิตสินค้าได้
นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาสินค้าเกษตรเถื่อน เริ่มจากป้องกันการนำเข้าเพื่อไม่ให้กลไกตลาดเสียหาย และดูแลพี่น้องเกษตรกรไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์ สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ การนำเข้าหัวอาหารสัตว์ คือ ข้าวโพดและถั่วเหลือง ที่มีอัตราภาษีนำเข้าสูง ซึ่งต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ภาคการเกษตรขับเคลื่อนต่อไปได้

รวมถึงมอบหมายกรมปศุสัตว์เตรียมมาตรการรองรับการส่งออกปศุสัตว์ที่มีชีวิต วัว และแพะ ไปยังตลาดที่ความต้องการสูง เช่น จีน เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย เป็นต้น โดยเฉพาะการจัดทำวัคซีนที่มีคุณภาพสากล เพียงพอต่อการป้องกันโรคสัตว์ในประเทศ และสามารถส่งออกวัคซีนให้ประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย
ด้าน นายอรรถกร เอียมเจริญ เจ้าของเพจมนทรีสวนป่า และเป็นเจ้าของบริษัท มนทรี สวนป่า จำกัด ที่มียอดขายตลอดปี 2564 มากกว่า 30 ล้านบาท กล่าวยอมรับว่าขณะนี้กำลังซื้อในประเทศลดลง แต่ยังมีกำลังซื้อจากภาครัฐ อาทิ กทม.

ส่วนตลาดต่างประเทศเช่น ประเทศซาอุดีอาระเบีย ตอนนี้ต้องการต้นไม้จากไทยเป็นจำนวนมาก แต่มีปัญหาเรื่องการขนส่ง การส่งต้นไม้ไปยังซาอุฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้น ทั้งเอกชนและภาครัฐโดยเฉพาะทีมไทยแลนด์ต้องร่วมบูรณาการร่วมกัน โดยต้องแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อช่วยกันผลักดันยอดส่งออกต้นไม้ไปยังซาอุฯ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้สถานทูตซาอุดีอาระเบียต้องการมะพร้าวน้ำหอมไปปลูกที่ประเทศซาอุฯ เมื่อตกลงราคาต้นมะพร้าวแล้ว ราคาอยู่ที่ 20,000 บาท แต่ค่าขนส่งตกอยู่ที่ราคา 50,000 บาท ซึ่งสูงมาก ทำให้ออร์เดอร์ ไม่เกิด

“ปัจจุบันกำลังมีปัญหายอดขาย ต้องยอมรับว่าขณะนี้ในประเทศกำลังซื้อลดลงมาก ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูง ราคาปุ๋ยสูง แต่แย่กว่านั้นคือคนไม่มีเงินซื้อ ดังนั้น ตลาดนำการผลิตจึงสำคัญ เก็บเงินที่เป็นสภาพคล่องไว้เมื่อเวลาที่เหมาะสม เพราะหากผลิตแล้วไม่มีกำลังซื้อ สิ่งเหล่านี้จะทำให้การลงทุนสูญเปล่า ธุรกิจไม่สามารถแข่งขันได้เลย อีกทั้งการผลิต ที่ต้นทุนน้อยกว่าจะเป็นโอกาสและกำไรมากกว่า ดังนั้น วิธีที่ดีคือ การทำโออีเอ็ม”

นอกจากนี้ ภายในงาน “อนาคตเกษตรกรไทยในยุคดิจิทัล” ยังมีการสัมมนากลุ่มย่อยจากผู้เชี่ยวชาญทั้งเรื่องการผลิต และกฎระเบียบด้านการเกษตรอีกด้วย
อภิวัฒน์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารพื้นที่ ตลาดสี่มุมเมือง กล่าวว่า ตลาดสี่มุมเมืองมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้า ซึ่งอนาคตเรื่องของการออนไลน์จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ 1 วันมีสินค้าเกษตรผลิตประมาณ 40,000 ตัน ตลาดสี่มุมเมืองมีผลผลิตด้านเกษตรประมาณ 8,000 ตัน หรือ 24% ของทั้งหมด และสินค้าที่ตลาดต้องการคือ ต้องครบถ้วน หลากหลาย มีมาตรฐาน และราคายุติธรรม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค
วรรณพร บัณฑิตภูวนนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาสหกรณ์การเกษตร 2 กรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ความสำคัญกับสินค้า ทั้งเรื่องการผลิตที่ดี ส่งเสริมการตรวจสอบรับรองตามมาตรฐานของสินค้าเกษตร สนับสนุนเงินทุนและอุปกรณ์ในการทำตลาด และสนับสนุนตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์

แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องมีคุณภาพ ตรงความต้องการของตลาด มากสุด อาทิ มังคุดล้นตลาด สินค้าตกเกรด สหกรณ์ก็รวบรวมและขายตามความต้องการ และที่สำคัญปริมาณผลผลิตต้องต่อเนื่อง ขณะที่เงื่อนไขการชำระเงินคืออุปสรรคอย่างหนึ่ง เพราะบางสหกรณ์ก็ไม่มีเงินทุนมาก สำคัญอีกอย่างคือการรับรองคุณภาพสินค้า
กุลพิพิทย์ จันทร์บวย ผู้อำนวยการกองส่งเสริมมาตรฐาน สำนักมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า มาตรฐานสินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ เห็นแล้วมีมาตรฐาน สินค้าตัวนั้นปังแน่ ดังนั้น มกอช.จึงจะออกมาตรฐานเป็นเครื่องหมายให้เกิด ความมั่นใจ อาทิ GAP หรือ ออร์แกนิก เป็นสิ่งที่การันตีคุณภาพ ให้กับผู้บริโภค