เมื่อวันที่ 22 พ.ย. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการอิสราเอลและกลุ่มนักรบฮามาสในฉนวนกาซ่าบรรลุข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวเป็นเวลา 4 วัน แลกกับให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 50 คน ซึ่งจะเป็นผู้หญิงและเด็กทั้งหมด ซึ่งอิสราเอลตกลงจะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 150 คน จากเรือนจำของอิสราเอลด้วย
การบรรลุข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวที่เกิดขึ้นนับเป็นการยุติการสู้รบครั้งแรกระหว่างสองฝ่ายนับตั้งแต่กลุ่มนักรบฮามาสข้ามแนวกักกันฉนวนกาซ่าเข้ามาก่อเหตุสังหารหมู่ในอิสราเอลอย่างไม่เลือกหน้า มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,200 ราย และจับตัวประกันไปกว่า 240 คน เมื่อ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เรียกเสียงประณามจากประชาคมโลก
อย่างไรก็ตาม ทางการอิสราเอลย้ำว่า ข้อตกลงสงบศึกชั่วคราว ยังไม่ใช่จุดจบของสงครามและเป้าหมายของอิสราเอลยังคงเป็นการเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มฮามาสให้ สิ้นซากเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีภัยคุกคามต่ออิสราเอลอีก ทว่า ความสูญเสียต่อพลเรือนในกาซ่านั้นเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวงหลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหาร มีผู้เสียชีวิตแล้ว 14,100 ราย ทำให้อิสราเอลเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติ
กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เปิดเผยว่า ข้อตกลงระงับการสู้รบชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมีกรอบเวลา 4 วัน และอาจขยายระยะเวลาต่อไปอีกได้ ขณะที่บีบีซีระบุว่า การที่ฮามาสปล่อยตัวประกันทุก 10 คน จะส่งผลให้อิสราเอลยืดระยะเวลาสงบศึกออกไป 1 วัน โดยข้อตกลงดังกล่าวมีทางการกาตาร์ อียิปต์ และสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ไกล่เกลี่ย