วันที่ 22 พ.ย. ที่แซนด์ เอ็กซ์โป แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รอง นายกฯ และรมว.มหาดไทย ร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 13 “การเสริมสร้างความเข้มแข็งโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก และการคุ้มครองทางสังคมเพื่อการบรรเทาความยากจน”

นายอนุทินกล่าวถ้อยแถลงว่า การสำรวจความยากจนในไทยปี 2566 ลดลงอย่างมากจากที่บันทึกไว้ในปี 2565 ดัชนีความยากจนหลายมิติ ซึ่งครอบคลุมถึงรายได้ การดูแลสุขภาพ การศึกษา มาตรฐานการครองชีพ และการเข้าถึงบริการสาธารณะดีขึ้นตั้งแต่ปี 2564 แสดงถึงความก้าวหน้าในการขจัดความยากจน หลังโควิด-19 อาจกล่าวได้ผ่านจุดเลวร้ายที่สุดแล้วแต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ

แก้จน – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน ครั้งที่ 13 “การเสริมสร้างความเข้มแข็งโดยใช้ชุมชนเป็นฐานรากและการคุ้มครองทางสังคมเพื่อการบรรเทาความยากจน” ที่สิงคโปร์

รัฐบาลไทยนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) เชื่อมโยงยุทธศาสตร์และนโยบายระดับชาติในทุกระดับ โดยมี 3 เสาหลักที่ช่วยให้บรรลุภารกิจคือ 1.ปรับปรุงสวัสดิการขั้นพื้นฐาน เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า รวมถึงอุดหนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี การปรับปรุงโครงการดูแลสุขภาพถ้วนหน้าต่อเนื่องและขยายออกไปให้มากที่สุด รวมทั้งเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุ

2.การเพิ่มรายได้ ในภาคเกษตรกรรม ไทยมีนโยบายนำแนวทาง Smart Farming มาใช้ โดยใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์วางแผนการผลิตให้ดีขึ้น และ 3.การขยายโอกาส สนับสนุนให้คนในจังหวัดต่างๆพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ผ่านกลไกหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และไทยได้ตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน