วันเสาร์ที่ 25 พ.ย.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 82 ปี มรณกาล “สมเด็จพระพุฒาจารย์” (เข้ม ธัมมสโร) อดีต เจ้าอาวาสรูปที่ 9 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าคณะมณฑลชุมพรและพิศณุโลก

มีนามเดิมว่า เข้ม ธนสังข์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ธ.ค.2396 ตรงกับแรม 7 ค่ำ เดือนอ้าย ปีฉลู จ.ศ.1215 ภูมิลำเนาอยู่บ้านตำบลโรงช้าง จ.พิจิตร บิดา-มารดาชื่อ นายสังข์ และนายบู่

เมื่ออายุ 10 ขวบ ศึกษากับพระอาจารย์พุ่ม วัดนครชุม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.พิจิตร

จนอายุ 15 ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ในสำนักพระญาณสมโพธิ (อ่ำ) ขณะยังเป็นพระอันดับ แล้วศึกษาต่อในสำนักหลวงธรรมาภิมณฑ์ (ปั้น) พระเมธาธิบดี (จั่น) และพระปริยัติธรรมธาดา (ชัง)

ปีกุน พ.ศ.2418อุปสมบทที่วัดรังษีสุทธาวาส (ต่อมายุบรวมกับวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร) โดยมีพระปัญญาพิศาลเถร (บัว) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระโพธิวงศา จารย์ (วิญญู) และพระปลัดศรี เป็นคู่กรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า ธัมมสโร

ภายหลังอุปสมบทย้ายกลับมาอยู่ จำพรรษาวัดมหาธาตุฯ ถึงปีชวด พ.ศ.2419 ท่านเข้าสอบพระปริยัติธรรมครั้งแรกที่พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ได้เปรียญธรรม 4 ประโยค สอบครั้งที่สองในปีมะเมีย พ.ศ.2425 ที่สนามสอบเดิม สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค และสอบครั้งสุดท้ายในปีจอ พ.ศ.2429 ได้เปรียญธรรม 6 ประโยค วันที่ 26 ส.ค.2430 จึงได้รับพระราชทานผ้าไตรแพร ย่ามโหมดเทศ และพัดพื้นแพรเหลืองปักเลื่อม ในการตั้งเปรียญ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วันที่ 19 ก.ค.2445 ได้รับโปรดเกล้าฯ ตั้งเป็นเจ้าคณะมณฑลชุมพร ในวันนั้นท่านได้รับพระราชทานสัญญาบัตรที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วันที่ 6 พ.ค.2452 โปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์ท่านและให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ โดยในช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ค.2452 โปรดให้จัดขบวนรถยนต์หลวงไปรับท่านและคณะรวม 11 รูปมาวัดพระเชตุพนฯ เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชทานเครื่องขึ้นกุฏิ บริขาร และปัจจัยมูลค่า 400 บาท เวลาทุ่มเศษจึงเสด็จฯ กลับพระราชวังดุสิต

วันที่ 22 มิ.ย.2453 โปรดให้สถาปนาเป็นเจ้าคณะมณฑล พิศณุโลก ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร ณ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต จนถึงวันที่ 24 ก.ย.2464 จึงโปรดให้เลื่อนเป็นเจ้าคณะรองอรัญวาสี

วันที่ 6 พ.ย.2471 ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอมรินทร วินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ท่านได้รับพระราชทานพัดรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 2 ถึงวันที่ 25 ก.พ.2472 ในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จึงพระราชทานพัดรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 1 ฃ

ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 13 พ.ค.2432 เป็นพระราชาคณะที่ พระอมรเมธาจาริย์ มีนิตยภัตราคาเดือนละ 4 ตำลึง วันที่ 10 พ.ย.2442 เป็นพระราชาคณะที่ พระราชมุนี มีนิตยภัตราคาเดือนละ 4 ตำลึง 1 บาท

วันที่ 15 พ.ค.2445 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะฝ่ายใต้ที่ พระเทพเมธี มีนิตยภัตราคาเดือนละ 4 ตำลึงกึ่ง และรับพัด นพมุรธา วันที่ 6 พ.ค.2452 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมเจดีย์ มีนิตยภัตราคาเดือนละ 7 ตำลึง

วันที่ 24 ก.ย.2464 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองอรัญวาสีที่พระอุบาฬีคุณูปมาจารย์

วันที่ 9 พ.ย.2466 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองคณะใต้ที่ พระธรรมวโรดม

วันที่ 24 ก.พ.2472 เป็นสมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่หนกลางที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์

มรณภาพเมื่อวันอังคารที่ 25 พ.ย.2484 สิริอายุ 87 ปี 339 วัน พรรษา 67

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน