นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี กลุ่มคนไทยมักเดินทางไปแสวงบุญตามความเชื่อทางศาสนา เพื่อไปสักการะสถานที่สำคัญที่เป็น จุดหมายของชาวพุทธ ได้แก่ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ได้แก่ ลุมพินีวัน พุทธคยา สารนาถ และกุสินารา กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ส่งทีม แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร ลงพื้นที่ดำเนินโครงการดูแลรักษาผู้ป่วยพระภิกษุและผู้แสวงบุญชาวพุทธในสถานพยาบาลของวัดไทยในดินแดนพุทธภูมิระหว่างเทศกาลแสวงบุญของชาวพุทธ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2553 เป็นต้นมา

เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลพระภิกษุ-สามเณร และพุทธศาสนิกชน อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนางานสาธารณสุข คุณภาพชีวิตของประชาชนทั้ง 3 ประเทศ และสนับสนุนการเป็น Medical Hub ของประเทศอีกด้วย พร้อมกันนี้คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมโครงการอุปสมบทพระภิกษุ ชีพราหมณ์ครั้งนี้ด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ดินแดนพุทธภูมิ สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อถวายพระกุศลสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ด้าน นพ.อภิชัย สิรกุลจิรา ผอ.โรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสงฆ์ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการดูแลรักษาผู้ป่วยพระภิกษุและผู้แสวงบุญชาวพุทธในสถานพยาบาลของวัดไทยในดินแดนพุทธภูมิระหว่างเทศกาลแสวงบุญของชาวพุทธ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และให้ดำเนินการต่อในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ระหว่างวันที่ 2 พ.ย.2566 ถึงวันที่ 16 ก.พ.2567 โดยจัดทีมแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร จากโรงพยาบาล และสถาบันต่างๆ ในสังกัดกรมการแพทย์ โดยส่งทีมสหสาขาวิชาชีพเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 40 คน โดยแบ่งทีมปฏิบัติการออกเป็น 5 รุ่น จำนวนรุ่นละ 2 ทีม โดย 1 ทีม จะประกอบด้วยแพทย์ 1 คน พยาบาล 2 คน และเภสัชกร 1 คน ในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานดูแลพระภิกษุ-สามเณร รวมทั้งชาวไทยที่เดินทางไปแสวงบุญในช่วงเทศกาล ณ โรงพยาบาลพระพุทธเจ้า วัดไทยพุทธคยา สถานพยาบาลกุสินาราคลินิก วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย รวมทั้งออกหน่วยเคลื่อนที่ ณ สถานพยาบาล อโรคยาคลินิก วัดไทยลุมพินี สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน