กรณี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ มีแนวทางแก้ปัญหา หนี้สินครู โดยยกปรัชญาแก้หนี้สินตำรวจ มาปรับใช้ คือ “ไม่เบี้ยว ไม่หนี ไม่มี ไม่จ่าย ไม่ตาย” พร้อมแนะนำเวลา ไปสอนหนังสือให้ครูนั่งรถรวมกัน ไป ไปงานแต่ง งานสังคมมี 20 บาท ก็ใส่ซองช่วย 20 บาท
ท่านอาจไม่เข้าใจวัฒนธรรมอาชีพครูมากนัก การนำประสบการณ์จากอาชีพตำรวจมาเปรียบเทียบกับอาชีพครูย่อมไม่ถูกต้อง
นโยบายแก้ปัญหาหนี้สินครู การรวมหนี้เป็นก้อนเดียวแล้วขยายระยะการกู้ออกไปเป็นความพยายามของทุกรัฐบาลมาตลอด แต่ก็ยังแก้ปัญหา ไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้อง กับสถาบันการเงินต่างๆ จะโอนมารวม อย่างไรก็เป็นหนี้ครูที่พอกพูนขึ้น ที่บอกเป็นหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยให้ก่อนก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
การจ่ายดอกเบี้ยให้ครูนั้นโคตรประชานิยมและใช้เงินจำนวนมาก ถ้าข้าราชการ อื่นๆ เรียกร้องแบบนี้บ้างจะยุ่งกันใหญ่ จึงต้องจำแนกเฉพาะครูที่เป็นหนี้ขั้นวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ส่วนครู คนอื่นๆ ถ้าเป็นหนี้แล้วก็ต้องแก้ไขปัญหา กันเอง เพราะถือว่าเป็นเรื่องของวินัย การเงินส่วนบุคคล
กระทรวงศึกษาธิการต้องไปสร้างกลไกให้ครูมีความรับผิดชอบด้านวินัยการเงินด้วย เช่น อาจไปเจรจาต่อรองกับสถาบันการเงินให้ช่วยผ่อนคลายระยะเวลาการจ่ายดอกเบี้ย หรือลดดอกเบี้ย เป็นต้น ทำได้แค่นี้ก็บุญแล้ว
คนที่เข้ามาเป็น รมว.ศึกษาธิการ ไม่ใช่ครูมาก่อนก็ได้แต่ขอให้เข้าใจบริบทของข้าราชการครู หากไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ก็ขอให้มีทีมงานที่ดี แต่จากรายชื่อทีมงานของ รมว.ศึกษาธิการแล้ว ก็น่าเป็นห่วง