วันเสาร์ที่ 9 ธ.ค.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 177 ปี ชาตกาล “พระครูวิธูรธรรมสาสน์” หรือ “หลวงพ่อกล่อม นันทะ” อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธาวาส ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคม มีชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่งของภาคใต้

เป็นคนพื้นเพจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยกำเนิด เป็นชาวบ้านริมคลองท่ามะตูม ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อวันพุธ แรม 6 ค่ำ เดือน 1 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 9 ธ.ค.2389

มีนามเดิมว่า กล่อม แก้วกล่อม บิดา-มารดา ชื่อ นายคงแก้ว และ นางนุ้ย แก้วกล่อม

ในวัยเด็กศึกษาหนังสือไทยและอักขรสมัยที่วัดโพธาวาส

ก่อนอุปสมบทเคยแต่งงานครองเรือน จนมีบุตร 1 คน หากแต่ด้วยความเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส จึงตัดสินใจบวชพระเมื่ออายุได้ 24 ปี วันที่ 5 ก.ค.2413 ที่พัทธสีมาวัดโพธาวาส โดยมีพระครูสุวรรณรังษี (มี) เจ้าอาวาสวัดโพธาวาสและเจ้าคณะเมืองกาญจนดิษฐ์ เป็นพระอุปัชฌาย์

อยู่จำพรรษาที่วัดโพธาวาส อยู่ศึกษาวิชาจากพระครูสุวรรณรังษี

เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยิ่ง ต้องลงโบสถ์ทำวัตรเช้า-เย็นทุกวันไม่เคยขาด แม้จะอาพาธก็ตาม

เคยกล่าวไว้ว่า “วันใดที่ท่านไม่ได้ลงโบสถ์ นั่นหมายถึง วาระสุดท้ายของชีวิตได้สิ้นแล้ว”

นอกจากนี้ ยังตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมและท่องบทสวดมนต์เจ็ดตำนานสิบสองตำนานจนขึ้นใจ มุ่งมั่น ปฏิบัติวิปัสสนาธุระ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของพระภิกษุ สามเณร และชาวบ้านทั้งหลาย

ต่อมาในปี พ.ศ.2432 พระครูสุวรรณรังษี ย้ายไปครองวัดกลาง หลวงพ่อกล่อม จึงดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดโพธาวาสสืบแทน

เป็นพระนักพัฒนา ทำนุบำรุงและปฏิสังขรณ์วัดให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เสมอ ด้วยคุณงามความดีของหลวงพ่อกล่อม ชาวบ้านจึงมักเรียกชื่อท่านว่า “พ่อท่านกล่อม”

หลวงพ่อกล่อม เป็นพระเกจิผู้ทรงวิทยาคม และมีชื่อเสียงโด่งดังมากเรื่องเรือแข่ง ในงานประจำปีของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เรียกว่า งานชักพระ ซึ่งจะมีการแข่งขันเรือยาวกัน

สมัยนั้น เรือของวัดโพธาวาสไม่มีคำว่าพ่ายแพ้ต่อผู้ใด เล่ากันว่า ท่านให้ลูกศิษย์จัดการขุดเรือขึ้นมา พอเวลาเช้าของวันแข่งขัน ท่านจะออกมายืนริมคลองมะขามเตี้ยแล้วบริกรรมคาถา ปรากฏว่าเรือที่จอดอยู่บนคานแล่นลงน้ำได้อย่างอัศจรรย์

นอกจากนี้ยังสามารถบริกรรมคาถาสะกดจระเข้ ซึ่งชุกชุมยิ่งนักในบริเวณลำน้ำมะขามเตี้ยและแม่น้ำตาปี ได้เช่นเดียวกับพ่อท่านคล้าย แห่งวัดสวนขัน

ร่ำลือกันว่าคาถาสะกดจระเข้ของหลวงพ่อกล่อม จะทำให้จระเข้ที่ว่ายน้ำผ่านหน้าวัดต้องโผล่หัวผ่านไป และปากก็ไม่สามารถอ้าขึ้นได้เช่นกัน

ดังนั้น วัตถุมงคลจึงเป็นที่นิยมของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและชาวสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างสูง ส่วนใหญ่ท่านจะสร้างตะกรุดและสาลิกาลิ้นทอง ที่มีพุทธคุณเข้มขลังในด้านอยู่ยงคงกระพัน

แต่ที่เป็นที่นิยมและหายากที่สุด คือ ‘เหรียญหล่อรูปเหมือนรุ่นแรก’ ที่สร้างในปี พ.ศ.2470 โดยหล่อกันที่โรงครัว จึงมักเรียกกันว่า ‘รุ่นโรงครัว’ ลักษณะเป็นเหรียญหล่อแบบโบราณทรงกลมรี หูขวาง หล่อด้วยเนื้อทองผสมเงินหัวนะโม และทองคำที่ชาวบ้านนำมาถวายใส่เบ้าหลอม

เนื่องจากเป็นการหล่อแบบโบราณ เหรียญจึงมักชำรุดหรือติดไม่เต็มพิมพ์ เหรียญหล่อรูปเหมือนพระครู วิธูรธรรมสาสน์ ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ จึงมีน้อยมาก

มรณภาพเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2474 สิริอายุ 86 ปี พรรษา 62

เล่าขานกันว่า ในเช้าวันที่ท่านจะมรณภาพนั้น หลวงพ่อเกิดอยากฉันน้ำมะพร้าวอ่อนขึ้นมา ลูกศิษย์จึงได้ปีนต้นมะพร้าวมาให้ท่านลูกหนึ่ง ครั้นเมื่อผ่ามะพร้าวออกมา ปรากฏว่ามีลูกปลาอยู่ภายในมะพร้าวนั้นอย่างน่าอัศจรรย์ ท่านจึงให้ลูกศิษย์นำไปใส่ไว้ ในโถแก้ว

ตกเย็นวันที่ 23 ม.ค.2474 หลวงพ่อมรณภาพ และปลาที่พบในมะพร้าวก็ได้จากไปอย่างน่าประหลาด

ต่อมาได้รับพระราชทานเพลิง เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2475 ที่วัดพัฒนาราม ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีหลวงพ่อพัฒน์ นารโท เจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม เป็นเจ้าภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน