นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและนายตรวจชั่งตวงวัด ตรวจสอบผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผู้ประกอบการปาล์มน้ำมัน เช่น โรงสกัดและลานเท ในพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญ เพื่อดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสกดราคารับซื้อ และให้มีการแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน และยกระดับการตรวจสอบให้เข้มงวดมากขึ้นโดยบูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเข้มงวดการขนย้ายน้ำมันปาล์มเพื่อปองกันการลักลอบนำเข้า ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตราคาตกต่ำ โดยมุ่งเน้นตรวจสอบในพื้นที่เขตชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านต้นทางการขนย้าย และสถานประกอบการปลายทาง เช่น โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม หรือโรงงานผลิตไบโอดีเซล เป็นต้น

“ราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มดิบของไทยปรับลดลง ตามราคาน้ำมันปาล์มตลาดโลก เป็นผลมาจากราคาน้ำมันปิโตรเลียมที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งผลผลิตพืชน้ำมันโลกโดยเฉพาะถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบทดแทนมีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาพืชน้ำมันรวมถึงราคาน้ำมันปาล์มปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกอยู่ที่ 27.80 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเคลื่อนไหวอยู่ที่ 29.25-29.50 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งระดับราคา ดังกล่าวไทยไม่สามารถส่งออกแข่งขันได้”

ทั้งนี้ ขอเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องการรับซื้อผลปาล์มทะลาย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการรับซื้อ ตลอดจนการแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดทำบัญชี คุมสินค้าน้ำมันปาล์มและผลปาล์มน้ำมัน หากพบว่ามีการกดราคารับซื้อ ต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน