แม้กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในบ้านเราปีนี้จะได้รับความสนใจจากนักเลงรถหัวใจสีเขียว แบบชนิดเกินที่หลายคนคาดการณ์ไปค่อนข้างมาก

แต่ถึงกระนั้นยังมีผู้ที่อยู่ในวงการ มองว่ารถอีวีอาจจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ที่วาดไว้จากนโยบาย 30@30 หรือภายในปี 2030 บ้านเราจะขายรถอีวีอยู่ที่ 30%

เหมือนอย่างเช่นผู้บริหารหนุ่ม จากแดนอาทิตย์อุทัย ฮิรโรทากะ อุชิตะ ประธานบริหาร และผู้อำนวยการ อาร์เธอร์ ดี. ลิตเติล ประเทศไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และภาคการผลิต เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาร์เธอร์ฯเชี่ยวชาญด้านใด
อาร์เธอร์ฯ ก่อตั้งขึ้นในปี 1886 มีออฟฟิศใน 40 ประเทศ มีผู้เชี่ยวชาญ 1,500 คนทั่วโลก ให้บริการที่ค่อนข้างหลากหลายอุตสาหกรรม เปรียบเทียบการแข่งขันกับคู่แข่ง ศึกษากลยุทธ์ของคู่แข่ง เราสามารถศึกษาและวางกลยุทธ์ว่าควรต้องทำอะไรบ้าง เช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และรถอีวี มีการศึกษาความต้องการของตลาด สัดส่วนของตลาดรถอีวีในอีก 10 ปีข้างหน้า เป็นต้น

ประเมินตลาดรถอีวีในเมืองไทย
ตลาดรถอีวีในประเทศไทย เติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่ทั้งนี้ หากจะไปให้ถึงเป้าหมาย 30% ภายในปี 2030 อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ 1.ราคาค่าใช้จ่ายโดยรวมของการเป็นเจ้าของ 2.โครงสร้างพื้นฐานของสถานีชาร์จ และ 3.ความหลากหลายของโมเดลรถ

จริงอยู่ปัจจุบันรถอีวีในกลุ่มซีดาน และแฮตช์แบ๊ก มีราคาที่ใกล้เคียงกับรถสันดาป แต่ประเทศไทยตลาดใหญ่คือ รถปิกอัพ มีสัดส่วนมากกว่า 30% ซึ่งการพัฒนา และทำราคารถปิกอัพอีวี ให้แข่งขันได้ไม่ใช่ เรื่องง่าย

ขณะที่สถานีชาร์จยังมีน้อยเกินไป และขยายไม่ทัน หรือไม่ครอบคลุมความต้องการคนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งพักอาศัยในคอนโดมิเนียม ไม่สามารถติดตั้งที่ชาร์จได้ ส่วนความหลากหลายแม้จะมีค่ายรถอีวีจากจีน เข้ามาเปิดตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการได้ทุกเซ็กเมนต์

ปี 2030 รถอีวีจะมีสัดส่วนเท่าไหร่
ปี 2023 นี้ คาดว่าสัดส่วนรถอีวีจะอยู่ที่ประมาณ 8-9% ของตลาดรวม ประเมินว่าภายในปี 2030 รถอีวีจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นไปได้ที่ไม่เกิน 20% ด้วยเพราะราคาของรถปิกอัพอีวีเป็นปัจจัยสำคัญ

และอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้ตลาดรถอีวีเติบโตไปไม่ได้ตามเป้าหมายคือ เรื่องของราคาขายต่อมือสอง ลูกค้าจำนวนมากมีความกังวลว่าหากซื้อรถอีวีใช้แล้วภายใน 3-5 ปี ต้องการขายต่อ ราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะผู้ที่ซื้อรถอีวีมือสอง มีความกังวลคุณภาพของแบตเตอรี่ อาจทำให้ราคารถอีวีมือสองหายไป ค่อนข้างมาก การรักษาราคารถมือสองของรถอีวีให้ใกล้เคียงกับรถสันดาป ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคยอมรับได้

แบตเตอรี่เป็นอุปสรรคสำคัญ
ด้วยเทคโนโลยีแล้ว สามารถพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ ไม่ว่าจะขนาดที่เล็กลง เวลาในการชาร์จน้อยลง ระยะทางต่อการชาร์จที่มากขึ้น และควรมีราคาที่ถูกลง แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ เช่น แร่นิเกิล ทำให้ราคาแบตเตอรี่สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ผลิตที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถอีวีให้ก้าวหน้ากว่าในปัจจุบัน

อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้ตลาดรถอีวีเติบโตอย่างมากในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน