บุรีรัมย์ – นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีครูชัยยศ สุขต้อ อายุ 57 ปี อดีตครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ถูกคำสั่งปลดออกจากราชการ หลัง ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีเซ็นตรวจรับงบอาหารกลางวันเด็ก ว่าในฐานะที่ตนเองเคยเป็นครูมานานกว่า 25 ปี ก่อนที่จะมาเป็น สส.ขอยืนยันว่าไม่มีโรงเรียนไหนทำตามระเบียบได้ ครูจะต้องหาวิธีที่ทำให้นักเรียนอยู่รอด ด้วยการโยกเงินจากอาหารกลางวันไปซื้อแก๊ส หรือเครื่องปรุงก่อน เมื่อเบิกเงินได้ค่อยเอาไปคืน รวมถึงเด็กระดับ ม.1-ม.3 ครูจำเป็นจะต้องเจียดเอาส่วนใดส่วนหนึ่งมาให้เด็กได้กินบ้าง ไม่มีครูคนไหนปล่อยให้เด็กอดอยากต่อหน้าได้ โรงเรียนในตัวเมืองไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับโรงเรียนแบบขยายโอกาสที่เพิ่มการสอนระดับ ม.1-ม.3 โรงเรียนกลุ่มนี้จะมีเด็กนักเรียนประมาณ 30-40 คนรวมกันทั้ง 3 ชั้น เด็กกลุ่มนี้กลับไม่ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันทั้งที่เป็นนักเรียนกลุ่มเดียวกัน ครูจะปล่อยให้อดได้อย่างไร
นายโสภณกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาครูมักจะโดน ตรวจสอบเป็นประจำโดยเฉพาะการทำอาหารกลางวันเด็ก ตรงกับความเป็นจริงเกินไป เช่นโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีนักเรียน 40 คน ได้รายงานอาหารกลางวันครบทุกวัน กลับโดนซักว่า “ไม่มีเด็กขาดเลยหรือ” ทำไมทำครบทุกวัน ประเด็นนี้ขอตอบแทนครูว่า “ใครจะไปรู้ว่าเด็กจะขาดวันไหน” ต้องเตรียมอาหารครบจำนวน เอาไว้ก่อน เหตุการณ์ของครูชัยยศเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และถือเป็นครูที่โชคร้ายที่สุด เพราะทุกโรงเรียน ทั่วประเทศทำในลักษณะเดียวกัน หาก ป.ป.ช.ตรวจสอบ ทุกโรงเรียน เชื่อได้ว่าครูจะถูกปลดออกแทบทุกโรงเรียน เช่นเดียวกัน จึงอยากจะวอนให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา ด้วยการแก้ไขระเบียบที่หมักหมมมานานกว่า 30 ปี สมัยก่อนอยู่ได้เพราะไม่มี ป.ป.ช.กลายเป็นว่าตอนนี้เท่ากับครูซึ่งจำเป็นต้องทำผิดระเบียบ อยู่ในภาวะ กังวลเท่ากับเอาอนาคตฝากไว้กับระเบียบที่ยังไม่รู้ว่าตนเองจะโดนวันไหน