จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นแหล่งผลิตส้มเขียวหวานอันดับ 1 ของภาคเหนือ แหล่งปลูกสำคัญอยู่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการ
พันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด 99% คือ “พันธุ์สายน้ำผึ้ง”
จุดเด่นส้มสายน้ำผึ้ง อำเภอฝาง จะมีผิวสีเหลืองทองอร่ามเมื่อสุกได้ที่ เปลือกบาง ปอกง่าย ชาน หรือใย มีลักษณะนิ่ม ไม่หนา เนื้อแน่น น้ำเยอะ รสชาติจัดจ้าน กลมกล่อม หวานนำอมเปรี้ยวเล็กน้อย ไม่หวานจืด

โดยเฉพาะส้มสายน้ำผึ้ง ตำบลโป่งน้ำร้อน และตำบลม่อนปิ่น ได้รับน้ำแร่ธรรมชาติจากน้ำพุร้อน ซึ่งเกิดจากหินร้อนเหลวใต้เปลือกโลก (แม็กม่า) ซึ่งมีแร่ธาตุอาหาร ได้แก่ แคลเซียม โซเดียม และซัลเฟอร์ ทำให้ส้มมีคุณภาพดี รสชาติหอมหวาน สีเปลือกเหลืองสวย เป็นที่นิยมของ ผู้บริโภค
นายธวัชชัย เดชาเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ณ เดือนพ.ย.2566 พบว่า มีพื้นที่ยืนต้น 38,443 ไร่ พื้นที่ให้ผล 36,528 ไร่ ผลผลิตรวม 122,315 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 3,349 กิโลกรัม/ไร่

ผลผลิตจะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพ.ย.2566 ถึง ก.พ.2567 และจะออกมากที่สุดในเดือนธ.ค.2566 ประมาณ 48,437 ตันของผลผลิตทั้งจังหวัด หรือคิดเป็น 40%
สถานการณ์ราคาส้มสายน้ำผึ้ง จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2566 ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด พบว่า ราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ วันที่ 14 พ.ย.2566 แบ่งเป็น 5 เกรด ได้แก่ ส้มเบอร์ 6 ราคา 35 บาท/กิโลกรัม, ส้มเบอร์ 5 ราคา 25 บาท/กิโลกรัม, ส้มเบอร์ 4 ราคา 20 บาท/กิโลกรัม, ส้มเบอร์ 3 ราคา 15 บาท/กิโลกรัม และส้มเบอร์ 2 ราคา 10 บาท/กิโลกรัม
ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตส้มสายน้ำผึ้ง ส่วนใหญ่ 71% ส่งจำหน่ายภายนอกจังหวัด ที่เหลือ 29% จำหน่ายภายในจังหวัด

สำหรับการบริหารจัดการผลผลิตส้มสายน้ำผึ้งของจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก จะอยู่ภายใต้กลไกการทำงานของคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร อันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตร ระดับจังหวัด (คพจ.) เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาผลไม้ และป้องกันไม่ให้เกษตรกรถูกกดราคา
การเตรียมแผนบริหารจัดการสินค้า และเชื่อมโยงกับตลาดภายนอกจังหวัด อาทิ การจำหน่ายส้มสายน้ำผึ้งเพื่อบริโภคสดในประเทศ โดยมุ่งเน้นกระจายออกนอกแหล่งผลิตผ่าน Modern Trade เครือข่ายสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และการส่งเสริมให้เกษตรกรขายผ่านช่องทางออนไลน์
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้ขับเคลื่อนผ่านโครงการส่งเสริมการผลิตแบบแปลงใหญ่ ภายใต้นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีเกษตรกรรวมกลุ่มแปลงใหญ่ จำนวน 1 แปลง คือ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้ง ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง มี นายคเณศ หน่อราช เป็นประธานกลุ่มแปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้งตำบลโป่งน้ำร้อน

นับเป็นแปลงใหญ่ที่เข้มแข็ง และประสบความสำเร็จ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลผลิต ส่งเสริมการบริหารจัดการกลุ่ม และเรื่องการตลาด
นายคเณศเล่าว่า แม้จะเพิ่งก่อตั้งกลุ่มเพียง 3 ปี แต่กลุ่มก็มีความเข้มแข็ง เนื่องจากได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งด้านการผลิต การดูแลรักษา การผลิตที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

รวมถึงช่องทางการจำหน่ายสินค้าจากกรมส่งเสริมการเกษตร สามารถขายให้พ่อค้าที่มารับซื้อวันละกว่า 2 ตัน ราคาขายส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 20-30 บาท ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มส่วนใหญ่มีรายได้เพียงพอ และบางรายยังจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
สําหรับกลุ่มแปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้งตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีสมาชิกประมาณ 30 ราย พื้นที่ผลิตประมาณ 346 ไร่ ได้ผลผลิตรวมประมาณ 1,557 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 4,500
กิโลกรัมต่อไร่ โดยผลผลิตมีมากช่วงเดือนธ.ค.-ม.ค.ของทุกปี

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้งตำบลโป่งน้ำร้อน ว่า ได้เน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับสมาชิก หรือเกษตรกรผู้ปลูกส้มสายน้ำผึ้งในเรื่องความปลอดภัยของสินค้า การใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย จัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน จัดการดินและปุ๋ยในสวนส้ม
รวมถึงการตรวจรับรองแปลงมาตรฐาน GAP แบบดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตรด้วย BCG Model หรือพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจไปพร้อมกัน

“จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมและสนับสนุนให้แปลงเพาะปลูกส้มสายน้ำผึ้งของเกษตรกรได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ปัจจุบันมีแปลงที่ได้รับมาตรฐาน GAP จำนวน 80 แปลง รวมเนื้อที่ 3,827 ไร่ รวมถึงยังได้ผลักดันให้ส้มสายน้ำผึ้งเป็นสินค้าที่ได้รับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา คาดว่าจะได้รับ GI ประมาณเดือนธ.ค.2566” นายธวัชชัยกล่าวทิ้งท้าย

ตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ตลาดแล้ว ขอเชิญชวนผู้บริโภคร่วมสนับสนุนผลผลิตส้มสายน้ำผึ้งของเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ที่มีเอกลักษณ์กว่าส้มที่อื่น จะบริโภคเองหรือซื้อเป็นของฝากก็ถูกใจผู้รับอย่างแน่นอน ที่สำคัญยังเป็นการสร้างกำลังใจแก่พี่น้องเกษตรกรให้ผลิตส้มสายน้ำผึ้งที่มีคุณภาพต่อไป
ผู้สนใจข้อมูลการผลิตส้มสายน้ำผึ้งของจังหวัดเชียงใหม่ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.1 โทร. 0-5312-1318 หรืออีเมล์ [email protected]
หรือสอบถามที่นายคเณช หน่อราช โทร.08-4378-1900