วันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 17 ปี มรณกาล “พระมงคลวราจารย์” หรือ “หลวงปู่ธีร์ เขมจารี” อดีตเจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง พัฒนาราม (วัดภูเวียงวนาราม) บ้านนาก้านเหลือง ต.ภูเวียง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง
มีนามเดิมว่า ธีร์ คำใสขาว เกิดเมื่อ วันที่ 20 มิ.ย.2453 ที่บ้านกระจาย ต.น้ำคำ (ต.หนองหมื่นถ่าน ในปัจจุบัน) อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
ในช่วงวัยเยาว์ได้เข้าศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทย ก.ข. ที่โรงเรียนบ้านกอก ต่อมาย้ายกลับมาเรียนที่โรงเรียนบ้านกระจาย อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
อายุครบ 16 ปี เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2469 ณ วัดโพธิ์ศรี บ้านกระจาย อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีพระใบฎีกาหล้า เจ้าคณะอำเภอสุวรรณภูมิ เป็นพระอุปัชฌาย์
ด้วยจิตใจที่ฝักใฝ่ในการศึกษาพระปริยัติธรรม จึงย้ายไปอยู่จำพรรษาที่ วัดราษีไศล บ้านฟ้าเลื่อม ต.หน่อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีครูบาเฒ่าหรือหลวงปู่ญาครูโส ธมฺมปาโล เป็นพระอาจารย์ใหญ่ และพระอาจารย์เมืองกับพระอาจารย์สอน เป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดวิชาความรู้ สวดมนต์น้อย มนต์กลาง มนต์หลวง และมูลกัจจายน์
อายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2472 ที่พัทธสีมาวัดราษีไศล บ้านฟ้าเลื่อม ต.หน่อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีครูบาเฒ่าหรือหลวงปู่ญาครูโส ธมฺมปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมาขอย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านพันขาง ต.บ้านเขวา อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อศึกษามูลกัจจายน์ พ.ศ.2475 ศึกษาบาลีไวยากรณ์ ที่วัดบ้านเค็งใหญ่ อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี พ.ศ.2477 ย้ายไปเรียนนักธรรมบาลี ที่วัดบางกะจะ ต.สำเภาล่ม จ.พระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.2478 ย้ายไปอยู่ที่วัดหงส์รัตนาราม ต.วัดอรุณ อ.บางกอกใหญ่ จ.ธนบุรี พ.ศ.2479 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโท และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค
พ.ศ.2481 สอบได้นักธรรมชั้นเอก ที่สำนักเรียนวัดศรีนวล อ.เมือง จ.ขอนแก่น
อย่างไรก็ตาม เมื่อการศึกษาพระปริยัติธรรมชั้นสูงไม่สำเร็จตามความตั้งใจไว้แต่เดิม ประจวบกับกลับมาเยี่ยม และรักษาพยาบาลโยมบิดา-โยมมารดา
มีความเพียรในการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง นำเอาวิชาความรู้แขนงต่างๆ ที่เคยร่ำเรียนออกมาใช้ในทางปฏิบัติ ทั้งการสอน การปกครอง การสาธารณูปการ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งหมดล้วนแต่เป็นงานที่จำเป็นต้องทำและรับผิดชอบมากขึ้น
พ.ศ.2482 ได้รับมอบหมายจากพระราชสารธรรมมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ให้ไปอยู่ที่วัดโพธิ์ศรี บ้านท่อน ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อพัฒนาวัดโพธิ์ศรีให้เจริญรุ่งเรือง
พ.ศ.2485 ได้รับแต่งตั้งเป็นฐานานุกรมของเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น และเป็นกรรมการตรวจสอบประโยคนักธรรม สนามหลวง
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2482-2491 เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี อ.เมืองขอนแก่น พ.ศ.2491-2493 เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง บ้านกงกลาง อ.หนองเรือ พ.ศ.2492 เป็นเจ้าคณะตำบลโนนทันเขต 2 พ.ศ.2494 เป็นพระอุปัชฌาย์ และ เจ้าคณะอำเภอภูเวียง พ.ศ.2500 เป็น เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมืองพัฒนาราม
พ.ศ.2540 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอภูเวียง
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2485 ได้รับ แต่งตั้งพระฐานานุกรมของพระราชสารมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น พ.ศ.2512 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ พ.ศ.2544 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระมงคลวราจารย์”
ด้านพระเครื่องวัตถุมงคลของหลวงปู่ธีร์เป็นที่โด่งดัง ท่านสร้างตะกรุด นั่งแผ่เมตตาโดยการเขียนลงยันต์ ตะกรุด ในแผ่นทอง ผ้า แผ่นหินหรือกระเบื้อง รวมทั้งการฝั้นปลุกเสกด้ายสายสิญจน์ เพื่อผูกแขนและคอ เด็กผู้ใหญ่ทั้งหญิง และชายทุกวัย หรือนำไปติดเสาติด ฝาเรือนชาน ร้านค้า รถยนต์พาหนะ หรือฝังไว้ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันอาถรรพ์ ขณะเดียวกัน หลวงปู่ยังเสกน้ำพระพุทธมนต์มอบให้ผู้เจ็บป่วยเป็นไข้ที่มาพึ่งบารมีธรรมได้นำไปดื่มกินหรืออาบ เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง อันดีงามแก่บรรดาคณะสงฆ์ และคณะศิษยานุศิษย์ ดังเช่น การตื่นเวลาตี 4 ทำวัตรภาวนาสาธยายพุทธมนต์ แผ่เมตตาเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตี 5 ตีสัญญาณระฆัง ทำวัตรร่วมกับพระภิกษุ-สามเณร ก่อนออกรับบิณฑบาต ดังนี้แล
ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2549 ที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น หลังเข้ารับการรักษาอาการ โรคปอดติดเชื้อ