เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. บีบีซีรายงานว่า ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นจีเอ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีมติเสียงส่วนใหญ่ท่วมท้นสนับสนุนจุดยืนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีในฉนวนกาซ่าเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษธรรม หลังยอดผู้เสียชีวิตทั้งในอิสราเอลและกาซ่ามีมากถึง 19,600 ราย บาดเจ็บเกือบ 55,000 คนแล้ว
มติดังกล่าวแม้ไม่มีข้อผูกมัด แต่ถือเป็นการแสดงพลังหยั่งเสียงประชาคมโลกครั้งที่ 2 ของยูเอ็นจีเอ ที่สร้างแรงกดดันต่อทางการอิสราเอลอย่างมาก โดยผลการลงมตินั้นพบว่ามีชาติสมาชิกถึง 153 ประเทศลงคะแนนเห็นด้วย (ในจำนวนนี้รวมถึงไทยด้วย) มีเพียง 10 ประเทศที่ลงคะแนนไม่เห็นด้วย เช่น อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ส่วนชาติที่งดออกเสียงมี 23 ชาติ ในจำนวนนี้บางส่วนเป็นชาติตะวันตก รวมถึงยูเครนด้วย โดยผู้แทนของอิสราเอล กล่าวตอบโต้มติของประชาคมโลกส่วนใหญ่ว่าปากว่าตาขยิบ
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวยอมรับว่า อิสราเอลกำลังสูญเสียแรงสนับสนุนจากประชาคมโลกเนื่องจากการทิ้งระเบิดโจมตีกาซ่า “อย่างไม่แยกแยะ” อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวยืนยันว่า ตนเห็นด้วยกับการกวาดล้างกลุ่ม ฮามาสและอิสราเอลมีสิทธิอันชอบธรรมทุกประการในการเดินหน้าจัดการกลุ่มฮามาส
นายบาซีม นาอีม ผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายการเมืองกลุ่มฮามาสในกาซ่า กล่าวแสดงความยินดีถึงเจตนารมณ์ของประชาคมโลกส่วนใหญ่ในการปกป้องชาวปาเลสไตน์จากการถูกรุกรานและเข่นฆ่า พร้อมกล่าวโจมตีทางการสหรัฐ ว่าเป็นชาติหลักที่มีจุดยืน ขัดขวางเจตนารมณ์ข้างต้นของนานาชาติ