หลังพรรคประชาธิปัตย์เลือกตั้ง กก.บห.พรรคชุดใหม่ โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นเลขาธิการพรรค
ถูกสังคมจับจ้องถึงบทบาทการเมืองว่าจะไปจับมือกับพรรคก้าวไกล เพื่อทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง หรือจะพยายามสอดแทรกเข้าไปร่วมรัฐบาล
เป็นข้อสงสัยที่ย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะย้อนไปช่วงหลังการเลือกตั้ง 14 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเดชอิศม์ ที่ขณะนั้นเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ และเป็นที่รู้กันดีว่าเขาคือมือขวาของ นายเฉลิมชัย พยายามไปดีลตั้งรัฐบาลถึงฮ่องกง
ในการโหวตนายกฯ นายเดชอิศม์ยังนำ 20 สส. ประชาธิปัตย์ยกมือสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ คนที่ 30 สวนมติพรรคที่ให้ ‘งดออกเสียง’ อย่างโจ๋งครึ่ม
แม้นายเดชอิศม์จะอ้างไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือจะร่วมรัฐบาล แต่ทำเพื่อประชาชน จะได้มีรัฐบาลมาบริหารประเทศโดยเร็ว แต่ก็สร้างความหวาดระแวงให้อีกขั้วในพรรค และสังคม
โดยเฉพาะล่าสุด นายเฉลิมชัยยอมเสียคำพูด เข้ามารับตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่เคยประกาศก่อนเลือกตั้งว่า จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้สส.น้อยกว่าเดิม
ดังนั้น หลังนายเฉลิมชัยเข้ากุมอำนาจในพรรคประชาธิปัตย์ได้แบบเบ็ดเสร็จ จากการเลือกตั้งหัวหน้า และกก.บห.พรรค ครั้งล่าสุด จึงไม่แปลกที่สังคมจะโฟกัสไปที่การเข้าร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ต่างปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ยืนยันหนักแน่น การเมืองมีเสถียรภาพพอสมควร ปัจจุบันนี้บรรยากาศทางการเมือง เชื่อว่าสามารถพูดคุยและโอภาปราศรัยกันได้ดี มีการพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล
ปัจจุบันรัฐบาลมี 314 เสียง มันเยอะอยู่แล้ว ตรงนี้ต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
“314 เสียง ยังเหนียวแน่นดี เราพูดจากันด้วยดี ทุกๆ ท่าน ช่วยทำงานกันอย่างเต็มที่ ทุกท่านทราบดีว่าความคาดหวังของ พี่น้องประชาชนคืออะไร เรามีปัญหาเยอะในตอนนี้ ไม่มีเวลา มาเล่นการเมือง”
นายเศรษฐาสรุปชัดๆ ว่า “ไม่จำเป็นต้องเสริมทัพ”
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธทันทีเมื่อถูกถามถึงการปรับครม. หลังนายเฉลิมชัยได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เกี่ยวกัน ครม. ก็เดินหน้าทำงาน
รัฐบาล 314 เสียงขณะนี้ทำงานได้อยู่ เอาใครมาเพิ่มหรือไม่เอาใครมาเพิ่ม ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาคิด รวมถึงเรื่องปรับครม. ยังไม่คิดอะไรทั้งนั้น วันนี้ครม.ยังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ยังคุยกันรู้เรื่องดีทุกฝ่าย ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ทุกพรรค
ส่วนที่มองกันว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจเข้ามาเป็นอะไหล่ ให้รัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องไปถามคนพูด ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่วันนี้ไม่ต้องไปคิดเรื่องนี้ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดทำงานได้ด้วยดี ต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน
นายภูมิธรรมไม่อยากให้มองว่าการผลักดันนโยบายของ เพื่อไทยจะง่ายขึ้น เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่กล้ากดดัน ทำให้เพื่อไทยมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ยืนยันไม่มีเรื่องแบบนั้น พรรคร่วมรัฐบาลทำงานกันดีอยู่แล้ว คุยกันได้ ยึดเรื่องเหตุผล ปัญหาของประเทศและประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรามี 314 เสียงแล้ว มีความมั่นคง คงไม่มีใครไปต่อรองอะไร ทำงานให้เต็มที่ดีกว่า ผลงานก็เกิดกับรัฐบาล
หากมีคำว่าต่อรองเข้ามาถือว่าไม่ใช่พวกเดียวกันแล้ว 253 เสียงของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็รอดมา 4 ปี ผ่านวิกฤตการณ์มากมายแต่อยู่มาได้ เพราะมีเจตนารมณ์เดียวกันคือการทำงานให้บ้านเมือง ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากกว่า
พร้อมยืนยันไม่กังวลว่าพรรคเพื่อไทยจะใช้เกมนี้มาต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาล เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เวลามีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางการเมืองหรือพรรคการเมืองจะมีกระแสข่าวเกิดขึ้น
แต่ตามข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างที่นายเศรษฐา และนายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ที่ว่าขรัฐบาลมีเสียง 314 เสียง มีความมั่นคง
อีกทั้งการบริหารงานของพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าจะมีความแตกแยก หรือความขัดแย้งทางการเมือง จึงเชื่อว่าในระยะใกล้นี้การปรับครม.ไม่น่าจะเกิดขึ้น
การปรับครม.จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีความเห็น ที่แตกแยกทางการเมือง หรือนโยบายของ พรรคร่วมรัฐบาลไปด้วยกันไม่ได้ แต่ขณะนี้ ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ตนในฐานะวิปรัฐบาล มีการพูดคุยกันตลอดเวลา การทำงานต่างๆ ยังราบรื่นอยู่
ในอดีตที่ผ่านมาถ้าจะมีปัญหาต้องแยกทางกันเดิน ในส่วน ของพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่จะออกมาจากวิปรัฐบาลก่อน เช่น นโยบายเรารับไม่ได้ หรือเดินกันไปคนละทิศคนละทาง จะเป็นจุดบ่งบอกถึงเหตุที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคร่วมรัฐบาล
และขณะนี้ ทั้งร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 หรือแม้แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยังอยู่อีกไกลเหลือเกิน
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หากจะมีการปรับครม. คงต้องแล้วแต่แนวทางของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่ ที่ต้องดูว่าต้องนำพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาร่วมรัฐบาลหรือไม่
แต่หากจะเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล พรรคร่วมต้องมีการพูดคุยกันก่อนว่าหากเข้ามาแล้วจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร หรือมีการดำเนินการแนวทางอย่างไร เพราะทุกพรรค มีสิทธิและแนวทางที่จะดำเนินการ
การให้สัมภาษณ์ของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล จับอาการทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาต่างไม่เห็นด้วยที่จะดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาร่วมรัฐบาล เพราะแน่นอนว่าถ้าเพิ่มพรรคก็ต้องเกลี่ยตำแหน่งรัฐมนตรี นั่นหมายถึงทุกพรรคต้องเจียดเก้าอี้ให้ประชาธิปัตย์
แน่นอนไม่มีใครอยากเสียเก้าอี้ และแม้รัฐบาลจะมีเรื่องชิงดีชิงเด่นเล็ดลอดออกมาบ้าง แต่ด้วยสถานการณ์แวดล้อมบังคับ ประกอบกับพรรคแกนนำอย่างเพื่อไทย ก็คงไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อม
การมีพรรคอะไหล่มาเสริมวันนี้อาจยังไม่จำเป็น แต่สถานการณ์ วันข้างหน้ายังต้องติดตามกันต่อไป