เมื่อเร็วๆ นี้ ที่วัดสามพระยา กรุงเทพฯ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐาก “หลักสูตรการดูแลพระอาพาธระยะท้ายของพระคิลานุปัฏฐาก” โดยมี พระธรรมวชิรมุนี วิ. (บุญชิต ญาณสังวโร) เจ้าคณะกรุงเทพฯ, พญ.นวลสกุล บํารุงพงษ์ คณะที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขร่วมงาน พร้อมด้วยพระเถรานุเถระพระคิลานุปัฏฐาก เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 120 รูป

นพ.ชลน่านกล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้การดูแลส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ เป็นหนึ่งใน 13 นโยบายเร่งรัดดำเนินการ โดยมุ่งเน้นการ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ดูแลรักษา ฟื้นฟูสภาพร่างกาย สร้างความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพอนามัยตามหลักพระธรรมวินัยให้กับพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งสนับสนุนให้วัดเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ โดยพัฒนาเครือข่ายพระคิลานุปัฏฐาก หรือพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัดให้มีความรู้ เป็นแกนนำในการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์กันเองภายในวัดและขยายผลสู่สุขภาวะประชาชนในชุมชน

จากข้อมูลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปี 2564 ทั่วประเทศมีวัดจำนวน 43,562 แห่ง มีพระสงฆ์ สามเณร ประมาณ 241,368 รูป ซึ่งกว่าร้อยละ 50 เป็นผู้สูงอายุและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีโรคเรื้อรัง และยังมีพระอาพาธระยะท้าย 9,655 รูป กระทรวงสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์ จึงได้จัดทำ “หลักสูตรการดูแลพระอาพาธระยะท้ายของ พระคิลานุปัฏฐาก” เพื่อพัฒนาศักยภาพ พระคิลานุปัฏฐากให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น และจัดตั้ง “กุฏิชีวาภิบาล” ให้เป็นที่พักในการดูแลพระอาพาธระยะท้ายที่มีมาตรฐานตามหลักการดูแลแบบประคับประคอง และยังเป็นการสร้างภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เช่น รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

“การพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐาก ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศ ทำให้เกิด เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาที่จะเข้ามาดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ด้วยกันเอง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามหลักพระวินัย เนื่องจากพระมีวัตรปฏิบัติแตกต่างจากฆราวาส และจะต่อยอดสู่การเป็น ศูนย์รวมการดูแลสุขภาวะของชุมชน เพราะพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดและจิตใจของคนไทย” นพ.ชลน่านกล่าว

ด้าน พญ.อัมพรกล่าวว่า หลักสูตรการดูแลพระอาพาธระยะท้ายของพระคิลา นุปัฏฐาก จะมีการอบรม 5 วัน คือ การฝึกปฏิบัติจริง และความรู้ทางวิชาการจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เช่น การวินิจฉัยและการตรวจคัดกรองผู้ป่วยระยะประคับประคอง, การประเมินและการจัดการอาการปวด, การดูแลอาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น ได้รับความเมตตาจากพระธรรมวชิราจารย์ รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร วัดสุวรรณารามวรวิหาร เป็นวิทยากรเรื่องบทบาทและความสำคัญของพระคิลา นุปัฏฐากในการดูแลพระอาพาธระยะท้าย

ทั้งนี้มีแผนจัดอบรมพระคิลานุปัฏฐาก/โยมอุปัฏฐาก ระยะแรกที่วัดทับคล้อ จ.พิจิตร (ภาคเหนือ), วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี (ภาคกลาง) วัดบุญนารอบ จ.นครศรีธรรมราช (ภาคใต้) และตั้งเป้าให้มีกุฏิชีวาภิบาลต้นแบบ ที่มีพระคิลา นุปัฏฐากประจำวัดในทั้ง 3 เขตสุขภาพด้วย