วิเคราะห์การเมือง
วงจรอันเนื่องแต่กระแส เบส อรพิมพ์ วงจรอันเนื่องแต่กระแส เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา กำลังดำเนินไปเช่นเดียวกับกระแส น็อต กราบรถ
มาเร็ว และอำลาจากไปเร็ว
พลันที่ “น็อต” ออกมายอมรับผิด และไม่ดำเนินการฟ้องร้องต่อ “บอย” เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ ทุกอย่างก็จบ
สังคมให้ “อภัย” แต่ก็ยัง “จดจำ”
จดจำเหมือนกรณีของ แม่ผ่องพรรณ พัฒนา จดจำเหมือนกรณีของ อโลฮา ฮาวาย จดจำเหมือนกรณี วิกรม นกเงือก
หากมีอะไร “ผุดโผล่” และใกล้เคียงก็อาจ “หวนคืน”
ความยืดยาวของกรณี เบส อรพิมพ์ และกรณี เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา หากจะมีและยื้อต่อไปอีกก็เนื่องแต่ “คดีความ”
หากมี “มูล” ยากที่ “กลไก” จะปัดปฏิเสธออกไป
กล่าวสำหรับในรายของ เบส อรพิมพ์ มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน 2 แห่งในเรื่องหมิ่นประมาทคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1 ที่จังหวัดนนทบุรี 1 ที่มหาสารคาม
หากรับฟังใน “เบื้องต้น” จากปากของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ความเห็น “ส่วนตัว” มีปมน่าสนใจ เพียงแต่ที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่จะเห็นเป็นอย่างไร
หากมีเค้า หากมีมูล ก็ต้องเดินหน้าต่อไป
เปรียบเทียบระหว่าง กรณี เบส อรพิมพ์ กับ กรณี เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ทำท่าว่ากรณีหลังจะยาวอย่างยากที่จะจบลง เพราะอย่างน้อย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคพลังประชาชนก็ประกาศจะเอาเรื่อง
ขึ้นอยู่กับ บก.ปอท.จะมี “คำตอบ” อย่างไร
ความยาวอย่างยิ่งในกรณี เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา นั้นขึ้นอยู่กับ “ข้อเท็จจริง” โดยเฉพาะข้อเท็จจริงในทางประวัติศาสตร์และการเมือง
บางเรื่องอาจถกกันในทาง “วิชาการ”
อย่างเช่นประเด็นเกี่ยวกับประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐ อย่างเช่นประเด็นเกี่ยวกับความเป็นจริงในเรื่องการเปลี่ยนธงชาติไทย
กระนั้น เรื่องที่มีความอ่อนไหว จำเป็นต้องพึ่ง “ศาล”
อย่างในกรณีของ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เกี่ยวพันกับการตายของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ “เสธ.แดง” เมื่อมีการกล่าวหาอย่างนี้จำเป็นต้องพิสูจน์
“ข้อมูล” และความเป็นจริงจะเป็น “คำตอบ”
มีบทเรียนมากมายให้กับผู้ติดตามไม่ว่ากรณี เบส อรพิมพ์ ไม่ว่ากรณี เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
เริ่มต้นก็เป็นบทเรียนที่สอนกันมายาวนาน “ปลาหมอตายเพราะปาก” ตามมาด้วยบทสรุปจากความจัดเจนของสังคมไทยที่ว่า “หมองูตายเพราะงู”
สร้างตัวจากการเป็น “นักพูด” โอกาสที่จะทำลายตัวเองด้วย “คำพูด” ย่อมมีสูง