คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
แม้ว่ามาตรการ “แจกเงิน” จำนวน 12,750 ล้านบาทแก่ประชาชนในวันที่ 1 ธันวาคม จะเป็นความปรารถนาดีอย่างยิ่งจากรัฐบาลและจากคสช.
สมควรที่รัฐบาลและคสช.จะได้รับ “ช่อดอกไม้”
แต่หากฟังเสียงทักท้วงไม่ว่าจะดังมาจากพรรคประชาธิปัตย์อย่าง นายกรณ์ จาติกวณิช ไม่ว่าจะดังมาจากพรรคเพื่อไทยอย่าง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และ นายวัฒนา เมืองสุข
แทนที่จะเป็น “ช่อดอกไม้” กลับจะกลายเป็น “ก้อนอิฐ”
มิใช่ว่าสุภาพบุรุษจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับ “เงินแจก” เพราะในส่วนนี้ก็ย่อมจะยินดีไปกับประชาชนด้วย
แต่น้ำเสียงอันท้วงติงนั้นเป็นในเรื่องกระบวนการ “ความคิด”
นายกรณ์ จาติกวณิช ติงว่าควรทำในห้วงที่เศรษฐกิจกำลัง “วิกฤต” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ฟังธงว่าเป็นความคิดในลักษณะจนตรอก นายวัฒนา เมืองสุข ระบุว่าเดินตามแบบพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2552
บทสรุปตรงกันก็คือ นี่เป็น “ประชานิยม”
ความจริง คำว่า “ประชานิยม” มิได้เป็นเรื่องเสียหาย เพราะว่านักการเมืองหรือพรรคการเมืองมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายเพื่อสร้างคะแนนและความนิยมจาก “ประชาชน”
เพียงแต่ว่า “ประชานิยม” นั้นจะต้องมี “กึ๋น”
นโยบาย “โอบามา แคร์” ก็เป็น “ประชานิยม” สะท้อนให้เห็นการผันเงินงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชนในด้านสุขภาพ อนามัย
เหมือนๆ กับนโยบาย “30 บาท รักษาทุกโรค” ของไทย
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ย่อมแยกจำแนกออกได้ว่านโยบาย “ประชานิยม” หลายโครงการในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย อย่างเช่น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และโดยเฉพาะ 30 บาท รักษาทุกโรค แตกต่างอย่างฟ้ากับเหวกับนโยบาย “แจกเงิน” อย่างที่กำลังจะทำ
วิธีการ “แจกเงิน” นี่แหละคือ ประชานิยมแบบ “สามานย์”
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลและคสช.อย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้พ้น เพราะว่ามาตรการ “แจกเงิน” ของรัฐบาลและคสช.สะท้อนลักษณะพูดอย่าง ทำอย่าง
แรกที่รัฐประหารไม่ว่าเมื่อปี 2549 ไม่ว่าเมื่อปี 2557
มีการสร้างกระแสฟาดกระหน่ำต่อรัฐบาลในอดีตไม่ว่าจะเป็น พรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยว่าเป็น “ประชานิยม”
คำว่า “ประชานิยม” จึงกลายเป็นคำที่เสียหาย “แปดเปื้อน”
แต่แล้ววันดี คืนดี รัฐบาลและคสช.กลับนำเอากระบวนการ “แจกเงิน” ซึ่งเด่นชัดว่าเป็น “ประชานิยม” ในแบบจนตรอกออกมาใช้
จึงไม่แปลกที่พรรคเพื่อไทยจะได้ที ขี่แพะไล่กันคึกคัก
ยิ่ง นายวัฒนา เมืองสุข ออกมาเปรียบเทียบลักษณะ “สองมาตรฐาน” อันเนื่องแต่ “ประชานิยม”
ยิ่งทำให้ “น้ำลาย” ที่เคยกระเซ็นเข้าใส่ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย หวนกลับเข้ามาแวดล้อมอยู่โดยรอบกับรัฐบาลและคสช.
“แจกเงิน” จึงเป็นจุดอ่อนให้กลายเป็นเป้า “โจมตี”